ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ้านที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านจัดสรร 2 ชั้นที่ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ และ นายศิระ สมเดช ผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นแม่และลูกได้พักอาศัยอยู่ด้วยกัน ก่อนที่เมื่อวานนี้ ( 25 พ.ย.)พยานจะเข้ามาพบร่างของ น.ส.ยุรีย์ ผู้เป็นแม่ ถูกหั่นศพและนำไปแช่ในตู้เย็น ส่วนนายศิระ ผู้เป็นลูกชายจะใช้อาวุธปืนยิงศีรษะตัวเองภายในบ้านพัก ก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา
ล่าสุดวันนี้ 26 พ.ย. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีที่ สน.ท่าข้าม พร้อมระบุว่าทางตำรวจกำลังอยู่ระหว่างสอบสวนว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.ยุรีย์ โดยยังไม่ตัดประเด็นใดๆทิ้ง และยังไม่สรุปว่าลูกชายเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าแม่ตามที่พยานกล่าวอ้างหรือไม่
แต่เบื้องต้นได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปแล้วบางส่วน และจะเรียกพยานที่เป็นคนพบศพ 2 คนแรก มาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อให้สิ้นข้อสงสัย พร้อมทั้งเก็บดีเอ็นเอของบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุเอาไว้หมดแล้ว
แต่ยอมรับว่าทางตำรวจยังคงมีข้อสงสัยหลายประเด็น จึงได้สั่งการให้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้คดีมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นโดยจะตรวจสอบโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตว่ามีการติดต่อกับใครเป็นครั้งสุดท้าย และรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์จากโรงพยาบาลศิริราชถึงเวลาการตายที่แท้จริง
ส่วนกรณีที่ นายศิระ ลูกชาย ที่พยานอ้างว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และเคยรักษาตัวที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยานั้น ทางเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำแพทย์ที่ทำการรักษานายศิระ อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาปมมูลเหตุการฆาตกรรมครั้งนี้ต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ ผู้กำกับการสน.ท่าข้าม ระบุว่า ขณะที่เพื่อนของ น.ส.ยุรีย์ เข้าไปภายในบ้านและเจอร่างผู้เสียชีวิตถูกหั่นศพและแช่ไว้ในตู้เย็น
โดยขณะนั้นมีตำรวจ สน.ท่าข้าม อยู่นอกตัวบ้านเพื่อสังเกตการณ์ด้วย จากการสอบถามตำรวจที่ปฏิบัติการเล่าว่า ได้ยินเสียงนายศิระตะโกนไล่ทุกคนออกไปจากบริเวณบ้าน ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด แต่ไม่เห็นเหตุการณ์ว่าใครเป็นคนยิง เมื่อสิ้นเสียงปืนจึงเข้าไปภายในบ้านพบนายศิระ นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น แต่ยังมีสัญญาณชีพจรจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนที่มีข้อส่งสัยว่าลูกชายผู้ตายเป็นคนถนัดมือซ้ายไม่มีทางยิงปืนมือขวานั้น ตำรวจ ระบุว่า กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และกำลังหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อมาพิสูจน์ยืนยันข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ว่าผู้ตายเป็นคนถนัดมือซ้ายจริงหรือไม่