นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงสาเหตุของหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นว่ามีสาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ สงครามการค้า ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การส่งออกที่ลดลง และที่สำคัญคือ “ปัญหาค่าครองชีพสูง” การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่(เจเนเรชั่นวาย) พบว่ามีการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เกินตัวโดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่มีการซื้อสินค้าบ่อยครั้งหรือซื้อจุกจิกนอกจากนี้ ยังมีการซื้อสินทรัพย์ที่ถาวร เช่น บ้าน รถ อีกด้วย
“ ปีนี้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัว 2.5-2.6% ซึ่งต่ำกว่า 3% เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ส่งผลกับรายได้ของประชาชนจำเป็นที่จะต้องก่อหนี้เพิ่มเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน”
หอการค้าไทย เสนอว่า รัฐบาลควรมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เร่งแก้ปัยหาการว่างงาน พัฒนาอาชีพ หรือ ลดการจัดเก็บภาษี เพราะหากในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2563 ยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัว จะยิ่งทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นได้จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 78% ของจีดีพี ซึ่งถ้าเกิน 80% ของจีดีพีก็จะอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมาก
ก.คลัง ย้ำ “บ้านดีมีดาวน์” ไม่ใช่มาตรการเอื้อเอกชน