โดยขบวนเรือจะเคลื่อนออกจากท่าวาสุกรี ซึ่งเป็นจุดตั้งขบวน บริเวณธนาคารแห่งประเทศไทย มุ่งหน้าไปทาง พระบรมมหาราชวัง สิ้นสุดที่ท่าราชวรดิฐ ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร มีเรือจำนวนทั้งสิ้น 52 ลำ รวมเรือพระที่นั่ง 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เชิญพระพุทธรูปสำคัญ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9
ซึ่งการซ้อมวันนี้ จะมีกำลังพลฝีพายเรือพระราชพิธี 2,200 นายของกองทัพเรือ เมื่อรวมในส่วนของสำนักพระราชวัง พระตำรวจหลวง กรมศิลปากรด้วยแล้ว จะมีกำลังพลทั้งสิ้น รวม 2,331 นาย
สำหรับวันพระราชพิธีจริง 12 ธันวาคม 2562 จะเริ่มขึ้นในเวลา 15.30น. โดยรัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับเสด็จ ณ 2 ฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
รวมถึงสามารถเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับเสด็จ เส้นทางริ้วขบวนราบ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะประทับพระราชยานพุดตานทอง เริ่มต้นจากท่าราชวรดิฐ มาทางถนนมหาราช เลี้ยวขวาไปทางถนนหน้าพระลาน เลี้ยวขวาเข้าประตูวิเศษไชยศรี ไปพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ ซึ่งจะเริ่มประมาณเวลา 17.00น. ต่อจากขบวนเรือพระราชพิธีฯ
ทั้งนี้ ในวันที่ 12 ธันวาคม 2562 รัฐบาลได้เตรียมจุดคัดกรองไว้ทั้งหมด 19 จุด แบ่งเป็น 6 โซน ได้แก่
โซนที่ 1
• มหาวิทยาลัยราชภัฏ พระนคร
• ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งพระนคร
โซนที่ 2
• พิพิธบางลำพู
• สนามหลวง
• ทางเข้า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
• พระแม่ธรณีบีบมวยผม
• สนามหลวงด้าน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
• สนามหลวงด้านศาลฏีกา
• ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ฝั่งพระนคร
• ท่ามหาราช
• ท่าช้าง
โซนที่ 3
• แยกท่าเตียน
• แยกหน้าวังสราญรมย์
โซนที่ 4
• ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี
โซนที่ 5
• เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฝั่งธนบุรี
• ทางเข้าท่ารถไฟ
• หน้าอุทยานสถานพิมุข
• ท่าเรือวังหลัง
• ทางเข้าวัดระฆังโฆสิตาราม
และ โซนที่ 6
• หน้าวัดกัลยาณมิตร
ทั้งนี้รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนสวมใส่เสื้อเหลืองสุภาพ พร้อมนำบัตรประชาชนมาเข้าที่จุดคัดกรองต่างๆ โดยรัฐบาลได้เตรียมอำนวยความสะดวกประชาชน ทั้งอาหาร น้ำดื่ม การดูแลความปลอดภัย และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่
รัฐบาล พร้อมรองรับประชาชนเฝ้าฯรับเสด็จเลียบพระนครทางชลมารค