เมื่อวันที่ (19 ธ.ค.62) ครอบครัวนำศพ นางสุรภา พิมพานนท์ อายุ 46 ปี และเด็กชายธนภัทร์ พิมพานนท์ หรือน้องกัปตัน อายุ 12 ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านพักในซอยเอกอาษา ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม โดยนายอัมพรชัย พิมพานนท์ ซึ่งเป็นสามีและพ่อของผู้เสียชีวิต อยู่ในอาการเศร้า และร้องไห้ทุกครั้งที่พูดถึงภรรยาและลูก
นายอัมพรชัย กล่าวว่า น้องกัปตันเป็นเด็กเรียนดี มีความตั้งใจ ชอบเล่นกีฬาทุกชนิด และมักได้เหรียญรางวัลกลับมาโชว์พ่อแม่ประจำ ก่อนจะเสียชีวิตเตรียมจะไปคัดตัวนักกีฬาที่จังหวัดนนทบุรี ส่วนตัวภรรยาก็ห่วงลูกชายมาก ไม่ยอมให้ลูกขี่รถจักรยานยนต์ไปไหนมาไหนไกล จึงทำหน้าที่ขี่รถรับส่งลูกทุกวัน จนมาประสบอุบัติเหตุ เหมือนถูกวางระเบิดครั้งเดียวแล้วเสียคนรักไปทีเดียวสองคน
ด้าน นายธนศักดิ์ พิมพานนท์ อายุ 16 ปี ลูกชายคนโต ระบุว่า จากนี้ไปจะดูแลพ่อแทนแม่ จากที่เคยตั้งความฝันจะไปเรียนต่อกรุงเทพมหานคร ก็คงต้องพักเอาไว้ก่อน เพราะเป็นห่วงพ่อ ซึ่งตอนนี้สุขภาพจิตย่ำแย่มาก
ทั้งนี้เบื้องต้น นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง พร้อมให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าช่วยเหลือ
ด้านคดีตำรวจแยกดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเป็น 2 ส่วน คือข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครอง ซึ่งจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีความผิดเกี่ยวกับคดีเสพยาเสพติดหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลตรวจร่างกาย รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการขัดขืนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และส่วนที่ 2 จะดำเนินคดีเกี่ยวกับความผิดฐานขับรถประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ส่วนที่มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการไล่จับคนร้ายว่าเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุหรือไม่ ตำรวจยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ก่อนเกิดเหตุ ไม่ได้ไล่ล่ากระชั้นชิด แต่ตรวจสอบพบรถยนต์ต้องสงสัยว่าจะมีการลักลอบขนกัญชา จนกระทั่งติดตามรถยนต์ดังกล่าว โดยใช้ระยะห่างพอสมควร แต่คนขับไหวตัวกลัวจะถูกจับ จึงพยายามใช้ความเร็วหลบหนี ประกอบกับเส้นทางเป็นเขตชุมชนมีรถคับคั่ง การเกิดอุบัติเหตุมาจากความประมาทขับรถเร็วของผู้ต้องหา