“เฉลิม ฤกษ์ยรรยงค์” ยึดอาชีพเก็บของเก่ามาเกือบ 40 ปี ทุกเช้าเธอต้องขับซาเล้ง ไปซื้อกระดาษและวัสดุอื่นๆ จากสำนักงาน และเก็บของที่ทิ้งแล้วตามถังขยะ มาแยกชนิดที่หน้าบ้านเป็นประจำทุกวัน
ซึ่งวันนี้ นำของเก่าที่เก็บได้ในรอบ 2 วัน บรรทุกไปขาย 2 คันรถ หลังหักค่าใช้จ่ายได้กำไร 200 กว่าบาท หรือเฉลี่ยกำไรวันละ 100 กว่าบาทเท่านั้น / หลังราคากระดาษรีไซเคิลรตกต่ำ โรงงานเคยรับซื้อเมื่อต้นปี 2562 ที่กิโลกรัมละ 5 บาท ก็เหลือเพียง 50 สตางค์-1บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เธอมีรายได้ลดลง 1-2 เท่า แต่ค่าใช้จ่ายยังคงเท่าเดิม
ข้อมูลจากร้านรับซื้อของเก่าในซอยเสือใหญ่อุทิศ กรุงเทพมหานคร ระบุว่า ขณะนี้ ราคากระดาษรีไซเคิลทุกประเภท ปรับตัวลงต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงต้นปี2562 กระดาษลัง จากเคยรับซื้อ 5 บาทกว่า ตอนนี้เหลือ 1 บาทต่อกิโลกรัม กระดาษหนังสือพิมพ์ จาก 6 บาท ก็เหลือ 2 บาทกว่า และกระดาษอื่นๆ ก็ลดลงตามไปด้วย
เจ้าของร้านธวัช รีไซเคิล ที่เปิดกิจการรับซื้อของเก่าในซอยเสือใหญ่อุทิศ กรุงเทพมหานคร มากกว่า 20 ปี เริ่มเห็นสัญญานราคากระดาษราคาลงผิดปกติมาตั้งแต่ต้นปี 2562 จากที่ราคาเคยขยับลงครั้งละ 10 - 20 สตางค์ แต่ปีนี้ขยับลงถึง 70 สตางค์ ถึง 1 บาท ซึ่งกระดาษเป็นสัดส่วน 1 ใน 4 ของรายได้หลัก พร้อมประเมินว่า ร้านของเก่าทยอยปิดตัวแล้ว มากกว่า 50%
ส่วนสาเหตุที่ราคาตก เชื่อว่าเพราะรัฐบาลไม่ควบคุมปริมาณการนำเข้ากระดาษรีไซเคิล ซึ่งเป็นผลจากจีนออกมาตรการกีดกันการนำเข้ากระดาษตั้งแต่ต้นปี 2562 กระดาษจึงไหลเข้ามาที่ไทย จนกระทบตลาดในประเทศ แนะรัฐบาลต้องเร่งควบคุมการนำเข้า
นายสมไทย วงษ์เจริญ เจ้าของธุรกิจรีไซเคิลขยะ “วงษ์พาณิชย์” ที่มีสาขากว่า 1,800 แห่งทั่วประเทศ ระบุ แม้ธุรกิจตนจะเป็นธุรกิจรับซื้อขยะจากซาเล้ง แต่มีธุรกิจอื่นในเครือจึงไม่ได้รับผลกระทบมาก
แต่ ร้านรับซื้อของเก่า ที่ซื้อกระดาษเป็นหลักจะทยอยปิดตัวอีกในอนาคต รวมถึงแม้รัฐบาลกำหนดขยะเป็นวาระแห่งชาติ รณรงค์ให้คนไทยลดการสร้างขยะผ่านโครงการต่างๆ แต่หากยังปล่อยให้ประเทศอื่นมีการนำเข้าขยะได้อยู่ ไม่เพียงจะสร้างมลพิษในไทย แต่ยังกระทบไปถึงรายได้ของกลุ่มซาเล้ง และผู้ที่อยู่อุตสาหกรรมรีไซเคิลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้