เมื่อวันที่ (24 ธ.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มพ่อค้า ซาเล้ง, รถปิคอัพ, ร้านรับซื้อของเก่า จำนวนหนึ่ง เดินทางมายื่นหนังสือต่อกระทรวงพาณิชย์ โดยมีนายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นตัวแทนรับหนังสือ เพื่อให้แก้ไขปัญหา ราคากระดาษรีไซเคิลตกต่ำ จากที่ ร้านรับซื้อของเก่า เคยรับซื้อที่ 3-5 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันราคาตกต่ำเหลือเพียง 50 สตางค์ต่อกิโลกรัมเท่านั้น
นายธนะชัย ชินปัญจะพล ตัวแทนร้านรับซื้อของเก่า ระบุว่า ร้านรับซื้อของเก่าหลักหมื่นร้านทั่วประเทศ ได้รับผลกระทบ เพราะกลุ่มซาเล้งเริ่มลดลง เชื่อว่าสาเหตุที่ราคาตก เนื่องมาจาก โรงงานผลิตกระดาษ มีสต็อกจากการนำเข้ามาจากต่างประเทศ จึงส่งผลให้กดราคารับซื้อกระดาษรีไซเคิลของไทย ส่วนสาเหตุที่เพิ่งเกิดปัญหาปีนี้ เชื่อว่าน่าจะเกิดจากจีนบังคับใช้กฎหมายกีดกันการนำเข้ากระดาษรีไซเคิล ตั้งแต่ต้นปี2562 ทำให้ประเทศต้นทางโดยเฉพาะแถบยุโรป เปลี่ยนปลายทางมายังไทยแทน จึงเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาใน 6 ข้อเสนอด้วยกัน เช่น หยุดนำเข้าขยะจากต่างประเทศชนิดคัดแยกแล้ว 6 เดือน เพื่อลดสต็อกของโรงงาน เรียกร้องให้ จำกัดโควตาการนำเข้าให้เหมาะสมกับปริมาณกระดาษที่มีอยู่ในประเทศ และ เรียกร้องให้มีการเก็บภาษีหรืออากรขยะนำเข้า เป็นต้น
ทั้งนี้ ในวันที่ 9 มกราคม 2563 กระทรวงพาณิชย์จะเชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งกลุ่มผู้รับซื้อของเก่า โรงงานผลิตกระดาษ รวมถึงกลุ่มซาเล้ง หารือถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เบื้องต้น คงยังไม่สามารถหยุดการนำเข้ากระดาษรีไซเคิลได้เพราะยังมีความจำเป็นต้องใช้ในภาคอุตสาหกรรม จึงต้องหารือให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย