พนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต เข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่บริเวณชุมชนหลักหก ข้างสะพานข้ามทางรถไฟ ใกล้กับทางเข้าหมู่บ้านเมืองเอก หมู่ที่ 7 ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี พร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลหลักหก และพื้นที่ข้างเคียงรวม 10 คัน ที่เกิดเหตุพบว่าชุมชนดังกล่าวอยู่ติดกับสะพานทางข้ามรถไฟเมืองเอก เป็นบ้านไม้ปลูกติดกันหลายหลังคาเรือน โดยบ้านเรือนส่วนใหญ่ปลูกสร้างด้วยโครงสร้างที่เป็นไม้ ทำให้เพลิงลุกลามไปอย่างรวดเร็ว และยังมีร้านรับซื้อของเก่าถูกเพลิงไหม้รวมอยู่ด้วย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าระดมฉีดน้ำนานเกือบ 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ จากการตรวจสอบพบว่ามีบ้านเรือนของประชาชนถูกเพลิงไหม้เสียหายไปประมาณ 10 หลังคาเรือน และข้าวของเครื่องใช้ได้รับความเสียหายทั้งหมด
จากการสอบถาม น.ส. วาสนา เสากลาง อายุ 46 ปี พยานผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่า ขณะเกิดเหตุตนเองนอนอยู่ในบ้านพัก โดยต้นเพลิงเกิดมาจากบ้านของ น.ส.เน อายุประมาณ 25 – 30 ปี ซึ่งปลูกอยู่ด้านหลังบ้านตนเอง
จากนั้นเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็วไปยังบ้านเรือนในระแวกใกล้เคียงทั้งหมด โดยที่ผ่านมามักจะพบเห็น น.ส.เน ชอบจุดเทียนเล่นอยู่เป็นประจำ ซึ่งตนเองเคยไปห้ามปรามแล้วหลายครั้งว่าอย่าจุดเทียนเล่นเพราะว่าบ้านพักในชุมชนส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ แต่เขาไม่ยอมเชื่อฟังและยังต่อว่าตนกลับมาด้วยถ้อยคำหยาบคาย
ด้านนายสมพงษ์ ศรีอนันท์ นายกเทศมนตรีตำบลหลักหก กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้ปลัดเทศบาลหลักหก ดำเนินการนำเต็นท์มากางเป็นที่พักพิงอาศัยชั่วคราวแก่ผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ และเตรียมหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดต่อไป
ขณะที่ พ.ต.ท.สุวัฒน์ โพธิ์รี สารวัตรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์เอาไว้เป็นหลักฐานแล้ว โดยหลังจากนี้จะทำการประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าเกิดจากอุบัติเหตุหรือเกิดจากความประมาท เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป