รอผลตรวจอาหารปนเปื้อน หาสาเหตุนักโทษป่วย-เสียชีวิต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กระทรวงสาธารณสุขเตรียมเจาะเลือดผู้ต้องขังกว่า 3000 คนในเรือนจำพิษณุโลก เพื่อสาเหตุไทรอยด์เป็นพิษ หลังมีผู้ต้องขังถูกส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว 50 คน ด้านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เชื่อควบคุมสถานการณ์ได้ภายใน 7 วัน

เรือนจำกลางจังหวัดพิษณุโลก มีครอบครัวและญาติของผู้ต้องขังเดินทางมารอเยี่ยม และสอบถามความคืบหน้า หลังพบผู้ต้องขังในเรือนจำล้มป่วย และเสียชีวิตจากอาการโพลแทสเซี่ยมต่ำ สันนิษฐานว่ามาจากการบริโภคอาหารปนเปื้อน ทำให้ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ช่วงเช้าที่ผ่านมา พันตำรวจเอกณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินทางตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งพูดคุยกับครอบครัวของผู้ต้องขังเสียชีวิตและล้มป่วย

การตรวจของผู้ตรวจราชการเบื้องต้น พบว่าการเจ็บป่วยมาจากอาหารปนเปื้อน อาหารไม่ดี ไม่ได้คุณภาพ ไม่ตรงตามสเปก ที่ผ่านมาทางเรือนจำจังหวัดพิษณุโลกได้จัดซื้อวัตถุดิบจาก อคส. อตก. และสหกรณ์ต่างๆ ซึ่งเคยทำหนังสือแจ้งเตือนรัฐวิสาหกิจให้ทราบว่า วัตถุดิบที่ส่งมานั้นมีปริมาณและคุณภาพไม่ตรงตามสเปก จึงขอความร่วมมือให้รัฐวิสากิจเข้มงวดกวดขันผู้ประกอบการ เพราะหากไม่มีการแก้ไขก็จะไม่สามารถตรวจรับได้ หรือขอให้เปลี่ยนผู้ประกอบการใหม่

พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ตรวจแบบขอไปที ด้วยการยอมรับเศษเนื้อหมูสับ เนื้อไก่สับ ปะปน มาเพื่อให้มีน้ำหนักเยอะตามสเปค เจ้าหน้าที่ก็จะมีความผิดทางวินัย

เบื้องต้นเก็บตัวอย่างวัตถุดิบจากเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก ส่งไปตรวจจังหวัดเชียงใหม่ จะทราบผลตรวจวันที่ 7 มกราคมนี้ ในวันพรุ่งนี้  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก จะเข้าเจาะเลือดผู้ต้องขังทั้งหมด3500 คน ส่งตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงในห้องแลป เพื่อทำการรักษาและวางมาตรการป้องกัน โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จึงจะทราบผล

ด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบหาสาเหตุ ว่าเกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่หรือไม่ ถ้าพบจะดำเนินการตามระเบียบ

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ต้องขังทั้ง 4 คน ได้ให้แพทย์ผู้ชันสูตรศพได้เก็บกากอาหารและน้ำในกระเพาะมาตรวจสอบอย่างละเอียด คาดว่าน่าจะรู้ผลใน 2 สัปดาห์ หากพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตและล้มป่วย เกิดจากความบกพร่องของบริษัทที่จัดส่งอาหาร ทางกระทรวงยุติธรรมจะดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทันที

สำหรับประเด็นสงสัยกรณีเนื้อหมู  ไก่ ปนเปื้อนฮอร์โมนไทรอยด์ จนเป็นสาเหตุให้ผู้ต้องขังป่วยและเสียชีวิตได้หรือไม่นั้น  นางธนิดา หรินทรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ กรมปศุสัตว์ ระบุว่า กรณีการปนเปื้อนฮอร์โมนไทรอยด์ในเนื้อสัตว์  มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก เพราะบริเวณที่จะมีฮอร์โมนไทรอยด์ คือต่อมไทรอยด์ในคอของสัตว์ ที่มีลักษณะเป็นก้อนเนื้อขนาดเล็ก 

ในกระบวนการชำแหละสัตว์ตามโรงฆ่าสัตว์จะตัดส่วนต่อมไทรอยด์แยกออกจากส่วนเนื้อ ไม่ให้ปะปนกัน และปริมาณฮอร์โมนไทรอยด์ในสัตว์ก็มีน้อย ไม่ทำให้เกิดภาวะไทรอยด์เป็นพิษ หากไม่ได้บริโภคอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน

 แม้ความเป็นไปได้ยากที่เนื้อสัตว์ปนเปื้อน หลุดรอดมาถึงผู้บริโภค แต่ก็ยอมรับว่า มีโอกาสเป็นไปได้ โดยแนะนำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากร้านค้าที่มีป้ายสัญลักษณ์ ‘ปศุสัตว์ OK’ หรือสัญลักษณ์ ‘Q mark’ ที่รับรองว่าผ่านมาตรฐานของกรมปศุสัตว์

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ