เป็นอีกข่าวที่สังคมกำลังจับตามอง กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ ไอซ์ อายุ 40 ปี ลูกอดีตเจ้าของตลาดองค์วิศิษฐ์ ย่านบางแค โดยได้จับกุมพร้อมของกลางยาเสพติด และอาวุธปืน หลายรายการ จากนั้นได้ตรวจค้นบริเวณรอบบ้านเนื้อที่ 20 ไร่ จนกระทั่งพบร่าง กุ๊กกิ๊ก ถูกนำมาฝังอำพรางศพ แต่คดีไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะจากการสอบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลมาว่ายังมีหญิงสาวที่คาดว่าจะตกเป็นเหยื่อนายไอซ์อีก และจากการดำน้ำในบ่อบ้านนายไอซ์ ก็พบชิ้นส่วนโครงกระดูกอีก 288 ชิ้น ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบดีเอ็นเอ
ล่าสุดคดี “ไอซ์ หีบเหล็ก” ยังมีญาติของเด็กหญิงวัย 12 ปี ขอตรวจดีเอ็นเอกับชิ้นส่วนกระดูกที่พบในบ่อน้ำหลังบ้าน เนื่องจากเด็กหายตัวไปตั้งแต่ปี 2554 และชอบเข้าไปวิ่งเล่นที่บริเวณบ่อน้ำอยู่เป็นประจำ ก่อนจะสูญหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนั้น
วันนี้(20 ม.ค.63) รายการ เป็นเรื่องเป็นข่าว ตอน สางคดี “ไอซ์ หีบเหล็ก” โดย ปวัน สิริอิสสระนันท์ ผู้ดำเนินรายการ ได้เชิญเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ปฏิบัติการดำน้ำหาหลักฐานเพิ่มเติม แม้ขณะนี้ยังไม่พบหีบเหล็กก็ตาม ประกอบด้วย นายอนุสรณ์ พงษ์เกษา หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ บก.น.ธน ชุด1 มูลนิธิร่วมกตัญญู นายพลไพศาล มากทรัพย์ เจ้าหน้าที่ น.เขต มูนิธิร่วมกตัญญู และนายโกวิท พูลศิลป์ รองหัวหน้าชุดกู้ภัยทางน้ำ มูลนิธิร่วมกตัญญู เขต บก.น.ธน
นายพลไพศาล กล่าวว่า ตามภารกิจคือ หาโครงกระดูก และหาหีบเหล็ก โดยแผนแรกเราค้นหาโครงกระดูก
นายโกวิท กล่าวว่า อันดับแรกของภารกิจค้นหาโครงกระดูก คือ ขึงเชือกจากใต้น้ำ เพราะเราไม่รู้ว่าโครงกระดูกอยู่ส่วนไหนของบึง โดยบ่อน้ำนี้กว้างประมาณ 250 เมตร ความยาว 500 เมตร เราขึงเชือกตามไลน์ตัวแอล และใช้นักดำน้ำเซตแรก 4 คน สำหรับอุปสรรคเยอะอยู่ เพราะโครงกระดูกอยู่ใต้โคลน ข้างหน้าเป็นดินแข็ง เมื่อเจอโครงกระดูกเราก็ใช้ไม้ปักไว้ เพื่อค้นหาบริเวณรอบๆอีก โดยน้ำลึกประมาณ 1-2 เมตร โดยจะลึกบ้าง ตื้นบ้าง เวลาเราหาเราจะไม่เหยียบพื้นดิน เพราะหากเหยียบอาจไปเหยียบชิ้นส่วนจมลงไปอีก เรานอนเอาหน้าเข้าดิน และใช้มือล้วงหน้าดิน
นายพลไพศาล กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่การทำงานจะแบ่งดินออกเป็น 2 ชั้น ด้านบนเป็นโคลน ด้านล่างเป็นดินแข็ง ชิ้นส่วนที่เจอจะอยู่บนหน้าดินแข็ง เราต้องใช้มือกดลงไปโคลนเลนที่ลึกลงไปประมาณศอกกว่าๆ ถึงจะพบชิ้นส่วน
นายโกวิท กล่าวว่า ในการคลำดูนั้น เราก็ใช้ประสบการณ์ว่า อันไหนเป็นไม้ อันไหนเป็นกระดูก ซึ่งก็ใช้ความชำนาญมา เพราะเราผ่านการค้นหาแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน แต่ไม่เคยเจอคดีไหนโหดเหี้ยมเท่าคดีนี้ อย่างไรก็ตาม จากการค้นหาเราก็ได้พบ 288 ชิ้นภายในวันเดียว
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ทีมดำน้ำเจอทั้งหมด 288 ชิ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็แจ้งว่าเป็นการค้นหา 80% และหลังจากนั้นก็เข้าสู่การหาหีบเหล็กต่อไป และมาวางแผนกันต่อนั่นเอง
นายโกวิท กล่าวถึงภารกิจที่ 2 ในการหาหีบเหล็ก ว่า วิธีการควานชิ้นส่วนกับหาหีบเหล็กจะไม่เหมือนกัน เพราะพื้นที่ในบ่อกว้ง การทำงานก็แข่งกับเวลา เราต้องขึงเชือกใต้น้ำ และใช้นักดำน้ำนอนและไต่เชือกไปเรื่อยๆ ฝั่งไหนก็ควานหา ทำไปเรื่อยๆจนสุดขอบบ่อ เพื่อให้การค้นหาเป็นไปอย่างทั่วถึง
“ครั้งแรกหาด้านขวาของขอบบ่อและไปด้านซ้าย จากนั้นก็ทำซ้ำอีก เพื่อไม่ให้ตกหล่น แต่ก็ยังหาไม่พบหีบเหล็ก” นายโกวิท กล่าว
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่หีบเหล็กไม่อยู่ในสภาพเดิม เจ้าหน้าที่กู้ภัยทั้ง 3 ท่าน ต่างพูดทำนองเดียวกันว่า อาจเป็นไปได้ อาจอยู่หรือไม่อยู่ แต่การที่จะเจอเป็นหีบเลย เรายังไม่เจอ
ส่วนกรณีเด็กอายุ 12 ปีที่หายตัวไป และผู้หญิงอีก 1 รายที่ใกล้ชิดกับนายไอซ์ ก็ยังไม่พบ อย่างไรก็ตาม นายโกวิท กล่าวว่า เมื่อควานขึ้นมาได้ ทราบแค่ว่าเป็นชิ้นส่วนมนุษย์ แต่ไม่ทราบว่าเป็นชิ้นส่วนไหน อย่างไรก็ตาม หากไปค้นหาอีกก็ไม่แน่ใจจะเจออะไรอีกหรือไม่ หากเจอก็ไม่น่ามาก เพราะเราค้นหาแทบทุกพื้นที่แล้วเช่นกัน
เมื่อถามว่ามีข่าวว่านายไอซ์เลี้ยงปลาจระเข้ ปลาดุร้าย นายโกวิท บอกว่า เราลงไปดำน้ำร่วม 20 คนไม่เจอปลาอะไรเลย เจอแต่ปลาทั่วไปไม่ได้มีอันตราย ส่วนที่บอกว่าให้สูบน้ำออกมา ก็อาจเห็น แต่หากสูบน้ำออกมาจะเอาน้ำไปไว้ไหน ก็ต้องมีเครื่องมือ มีอุปกรณ์รองรับด้วย
ส่วนประเด็นที่หลายคนสนใจคือ คดีนี้นายไอซ์ทำเพียงคนเดียวหรือไม่นั้น พลไพศาล กล่าวว่า ตอบยาก อย่างไรก็ตาม ตอนแรกที่ค้นเจอประตูเหล็กนั้น เราพบม้าหินทับประตูเหล็กและมีดัมเบลอีก โดยประตูก็คือ ประตูบ้านนายไอซ์ เข้ากันพอดี ดังนั้น การจะบอกว่านายไอซ์ทำคนเดียวได้หรือไม่ ก็มองได้หลายอย่าง เพราะระหว่างบ้าน มาถึงบ่อน้ำก็ใช้ระยะทาง 300-400 เมตร ซึ่งถ้าทำคนเดียวก็เหนื่อยอยู่ ส่วนที่มีข้อเสนอให้สูบน้ำนั้น การสูบบ่อน้ำออก ก็ไม่ใช่ว่าจะเห็นหมด เพราะเป็นดินเลนด้วย
ติดตามชมเพิ่มเติม..