ย้อนประวัติศาสตร์ “อู่ฮั่น” กับการต่อสู้ครั้งใหม่ “ไวรัสโคโรนา”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เมืองอู่ฮั่นต้นทางการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา (Coronavirus) นับเป็นศูนย์กลางทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการค้าขายของจีนตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน และกำลังก้าวสู่ความเป็นเมืองกีฬาชั้นนำ และการรับมือกับโรคระบาดใหม่ในครั้งนี้ นับเป็นบททดสอบและการต่อสู้ครั้งใหม่ของเมืองอู่ฮั่น เมืองที่ถูกเรียกขานว่า “ชิคาโกตะวันออก”

เป็นวันปีใหม่ที่ไม่ดีเอาเสียเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอู่ฮั่นและเมืองใกล้เคียงที่ประสบกับปัญหาไวรัสโคโรนาระบาดอย่างหนักเวลานี้

โดยนครอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย์ และเป็นเมืองใหญ่สุดในมณฑล มีประชากรถึง 11 ล้านคน คือ เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย นับเป็นจุดยุทธศาสตร์ริ่มฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง ตั้งอยู่ใจกลางความเจริญในภูมิภาคตะวันออกของจีน

นครอู่ฮั่น ถูกบันทึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์จีนมาเป็นเวลาหลายพันปี ในสมัยสามก๊ก อู่ฮั่นเป็นเมืองหลวงแรกของง่อก๊กของซุนกวน และเป็นที่หมายปองของเล่าปี่และโจโฉเสมอมา

ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ อู่ฮั่นมีบทบาทสำคัญในยุคสร้างชาติศตวรรษที่ 20 ปัจจุบันเป็นที่เชิดหน้าชูตาของจีน ทั้งความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และเป็นศูนย์กลางการคมนาคม จนได้รับสมญานามว่า “ชิคาโก้ตะวันออก” เพราะไม่ว่าจะขึ้นเหนือไปกรุงปักกิ่ง ล่องใต้ไปกว่างโจว มุ่งตะวันออกสู่เซี่ยงไฮ้ หรือหันไปสู่ความเจริญทางตะวันตกของเฉิงตู สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถไฟความเร็วสูง ด้านทางอากาศไปไหนก็ใกล้ ทั้งเกาะไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือมาเมืองไทย เรียกว่าเมืองนี้คือ Transportation Hub ตัวจริง

นายกฯจีน ลงพื้นที่เยี่ยมปชช.เมืองอู่ฮั่น ท่ามกลางการแพร่ระบาด “ไวรัสโคโรนา”

ด้านกีฬา อู่ฮั่นคือบ้านเกิดของ หลี่น่า อดีตนักเทนนิสชาวจีนเจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม และนี่ยังเป็นเมืองที่ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้ ก่อนหน้านี้มียิมมวยไทยผุดขึ้นหลายแห่ง และกำลังมีแนวโน้มที่แบรนด์ดังระดับชาติของไทยจะไปเปิดธุรกิจที่นั่น เดิมทีต้นเดือน ก.พ.นี้ อู่ฮั่นเตรียมเป็นเจ้าภาพรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ที่ทัพเสื้อกล้ามไทยหมายมั่นปั้นมือจะไปคว้าตั๋วโอลิมปิก 2020 แต่ล่าสุดถูกประกาศเลื่อนอย่างไม่มีกำหนด เช่นเดียวกับโปรแกรมฟุตบอลหญิงโอลิมปิก รอบคัดเลือกของทีมสาวไทย ที่ถูกย้ายไปแข่งที่นครหนานจิงแทน

สำหรับปัญหาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (Coronavirus) ที่กำลังระบาดได้สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ซึ่งหน่วยงานภาครัฐและชาวจีนมีประสบการณ์จากการระบาดของโรค SARS มาแล้วเมื่อกว่า 17 ปี ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศประมาณ 300 คน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า รอบนี้อาจไม่รุนแรงเท่า แต่ถือเป็นอีกครั้งกับบทพิสูจน์ความเด็ดเดี่ยวและความสามารถของผู้นำ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และพี่น้องชาวจีน เพื่อข้ามผ่านวิกฤตการณ์ระดับชาติไปให้ได้

“มาเก๊า” ห้ามชาวจีนเข้าดินแดน – “มองโกเลีย” ปิดพรมแดนติดจีน สกัด “ไวรัสโคโรนา”

 

ประวิทย์ ทั้งทวีสุข รายงาน

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ