ตำรวจยังคงเร่งติดตามตัว นายอนุสรณ์ หรือที่เรียกกันว่า เสือโหย ผู้ต้องหาที่ตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ และล่วงละเมิดหญิงสาวในพื้นที่อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ล่าสุดคาดว่าอาจจะหลบซ่อนตัวอยู่บนเชิงเขาใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างปิดล้อมกดดัน
รอบ 10 ปีที่ผ่านมา “เสือโหย” เข้าออกเรือนจำมาแล้ว 4-5 ครั้ง ล่าสุดเพิ่งพ้นโทษมาได้ประมาณ 2 เดือน ส่วนใหญ่เป็นคดีลักทรัพย์ ล่วงละเมิดโดยมักจะก่อเหตุกับคนรู้จัก หรือเครือญาติ จนสร้างความหวาดกลัวในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลท่าขนอน ย่านยาว และตำบลน้ำหัก
ลูกพี่ลูกน้องของ “เสือโหย” หนึ่งในผู้เสียหาย ซึ่งเปิดร้านขายของชำ อยู่เยื้องกับบ้านเช่าของแม่เสือโหย เล่าว่า กลางดึกวันที่ 9 มกราคม ระหว่างกำลังนอนหลับอยู่ในห้องพักเพียงลำพัง ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ พบว่า “เสือโหย” บุกเข้ามาอยู่บนที่นอนและใช้อาวุธมีดจี้ที่ลำคอ ข่มขู่ไม่ให้ขัดขืน หรือ ส่งเสียงร้อง หากขัดขืนจะปาดคอ พร้อมพยายามจะลวนลาม แต่ผู้เสียหายตั้งสติ ด้วยการชวนพูดคุย หลอกล่อ ถ่วงเวลาจน “เสือโหย” มีท่าทีอ่อนลง จึงออกอุบายว่าให้ช่วยหาของ ก่อนจะฉวยโอกาสระหว่างที่ “เสือโหย” เผลอหลบหนีออกมาได้
สำหรับผู้เสียหายรายนี้ ถูกขโมยไปมีโทรศัพท์มือถือเพียง 1 เครื่อง ซึ่งภายหลังก็ได้คืนมาแล้ว โดย “เสือโหย” นำไปจำนำกับญาติจำนวน 1,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายอีกหลายคนที่แจ้งความจับ “เสือโหย” หลังก่อเหตุบุกบ้านพักไปขโมยเงิน ระหว่างที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนอีกคนถูก “เสือโหย” ใช้มีดจี้ชิงโทรศัพท์มือถือไป 2 เครื่อง
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับแม่ของ “เสือโหย” ซึ่งได้ร่ำไห้พร้อมกับเล่าว่า เมื่อ 5 เดือนก่อนลูกชายพ้นโทษออกมา ก็กลับมาอยู่บ้านพร้อมกับภรรยา ซึ่งเป็นคนอีสาน ก็ช่วยกันหาปลาขาย กระทั่งเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ญาติของฝ่ายหญิงแจ้งให้ตำรวจนำตัวกลับบ้านที่ภาคอีสาน จนทำให้ “เสือโหย” เสียใจมาก แล้วหายตัวไป ก่อนมารู้ข่าวว่าก่อเหตุขึ้นอีก อยากให้ลูกชายเข้ามอบตัวรับโทษ เพราะตอนนี้เป็นห่วงลูกว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
ด้านคดี พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ของผู้เสียหายไว้แล้ว และขออนุญาตศาลออกหมายจับ นายอนุสรณ์ หรือ เสือโหย ในข้อหา “พยายามข่มขืนกระทำชำเราฯ บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน โดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายฯ ส่วนฝ่ายสืบสวนสนธิกำลังกับฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่หาเบาะแสติดตามตัวมาดำเนินคดี