เครื่องบินพารามอเตอร์ จำนวน 2 เครื่อง ขึ้นบินเพื่อร่วมค้นหาตัวยีราฟ หลังได้รับการสนับสนุนจากชมรมร่วมบินพนมสารคาม หลังทีมอาสาสมัครกู้ภัย ฉะเชิงเทรา จุดบางคล้า และทีมค้นหาจากสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ ได้ขอความช่วยเหลือให้มาร่วมบินค้นหา ซึ่งการเลือกวิธีนี้ เจ้าหน้าที่บอกว่าเครื่องบินพารามอเตอร์ จะมีเสียงที่ค่อนข้างดัง อาจช่วยให้ยีราฟตื่นตัวและวิ่งออกมาจากพุ่มไม้ได้ แต่สุดท้ายทีมค้นหาใช้เวลาเกือบ 24 ชั่วโมง แต่ก็ยังไม่พบร่องรอย
การค้นหาก่อนหน้านี้ใช้เจ้าหน้าที่ใช้วิธีเดินเท้าตรวจสอบ ควบคู่กับการใช้โดรนบินสำรวจอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากภาพมุมสูงที่ได้จากโดรนจะแสดงภาพได้เพียงมุมสูงที่เห็นเป็นพื้นป่าหรือท้องไร่ท้องนาเท่านั้น ดังนั้นหากยีราฟหลบอยู่ใต้ต้นไม้ที่สูงกว่าจึงยากที่จะสังเกต
โดยทีมค้นหามีประมาณ 5 ทีม โดย 1 ทีม จะประกอบด้วย สัตวแพทย์ สัตวบาล และเจ้าหน้าที่ยิงยาสลบ โดยแบ่งหน้าที่กันหาข้อมูลจากชาวบ้าน เดินค้นหา และรอสเเตนบายเหตุการณ์ต่างๆ
สำหรับสาเหตุที่ทำให้การค้นหาค่อนข้างล่าช้า มาจากลักษณะพื้นที่บริเวณทั้งสองฝั่งถนน 304 ฉะเชิงเทรา พนมสารคาม มุ่งหน้า ปราจีนบุรี ค่อนข้างกว้าง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา บ่อปลา และบ่อกุ้ง อีกทั้งยังมีต้นไม้สูงสลับกับพุ่มไม้ที่รกทึบ อยู่หลายจุด และที่สำคัญคือเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่ายีราฟตัวนี้วิ่งเตลิดไปทางฝั่งไหนของถนนกันแน่
ตลอดทั้งวันลูกชายของประธานกรรมการบริหาร ซาฟารีเวิลด์ เดินทางมาดูการทำงานขอมทีมค้นหาด้วย ตนเองและสั่งกำชับถึงความปลอดภัยของทีมงาน และทรัพย์สินของชาวบ้านเป็นหลัก เเม้ว่ายีราฟจะมีราคาสูงก็ตาม
สำหรับขั้นตอนการวางแผน หากเจอยีราฟแล้ว เจ้าหน้าที่จะยิงยาสลบ และรอให้ยีราฟนิ่งล้มก่อนนำรถเครนมายกตัวใส่กรง เพื่อนำไปพักฟื้นที่ศูนย์เพาะเลี้ยง จังหวัดปราจีนบุรีต่อไป
จากการสอบชาวบ้านในพื้นที่ ม.4 ต.วังทองหลาง อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา บอกว่า ส่วนใหญ่ชาวบ้านในพื้นที่ทราบข่าวจากสื่อ ว่ามียีราฟหลุดมาในพื้น แต่ก็ยังไม่มีใครพบเห็นข้อมูลยีราฟ ตัวที่หายไป
สาเหตุที่ยีราฟหลุดครั้งนี้ คนขับรถบรรทุกให้ข้อมูลว่า ตัวเองบรรทุกยีราฟมากจากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นของบริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด มหาชน ขณะกำลังบรรทุกสัตว์ป่าจากต่างประเทศผ่านมาด้วยตนเองในบริเวณริมถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี ใกล้กับลิงค์ทางหลวงบางคล้า อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อยีราฟ นำไปส่งยังสถานที่เพาะพันธุ์ที่ จ.ปราจีนบุรี
โดยรถบรรทุกขับมาบนถนนบรรทุกกล่องบรรจุยีราฟตัวละกล่อง ระหว่างทางเมื่อมาถึงบริเวณ 4 แยกไฟแดงบางคล้า เริ่มสังเกตเห็นยีราฟชูคอออกมาจากกล่องไม้หลังรถ จึงชะลอรถเพื่อเตรียมจะบอกกับคณะเดินทางว่าพบสิ่งผิดปกติ ขณะนั้นคนขับมองกระจกข้างขวาของตัวเอง เห็นยีราฟชะโงกหน้าทักทาย
ทันใดนั้นยีราฟตัวแรก ได้กระโดดออกมา และไม่นานยีราตัวที่ 2 ก็กระโดดตามออกมา ก่อนจะวิ่งอยู่บนถนน 304 ทำให้รถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาต้องหยุดรถ เพื่อเปิดทางให้ยีราฟวิ่งผ่าน
ด้าน ดร.ผิน คิ้วคชา ประธานกรรมการบริหาร ซาฟารีเวิลด์ เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้ได้นำยีราฟจำนวน 68 ตัว มาจากแอฟริกา โดยเครื่องบินจากนั้นใช้รถบรรทุกจำนวน 28 คัน ขนบรรทุกมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ยีราฟได้หลุดออกมาจากในลัง
สำหรับสาเหตุคาดว่ารถโฟล์ค ลิฟท์ ที่ยกกรงยีราฟขึ้นรถ น่าจะไปโดนกลอนประตูด้านล่างหลุด เมื่อรถวิ่งมาได้ระยะนึงประตูจึงเปิดออกทำให้ยีราฟโผล่ออกมาจากลัง และกระโดดลงจากรถ
ซึ่งหลังเกิดเหตุเมื่อวานคณะทีมสัตว์แพทย์ เดินทางมาช่วยกันปิดล้อมพื้นที่ไว้ ก่อนที่จะทำการยิงยาสลบใส่ยีราฟตัวแรก ซึ่งมีความสูงประมาณ 4 เมตร น้ำหนักประมาณ 1 ตันเศษจนหมดสติลงไว้ได้
ทีมสัตวแพทย์ สวนสัตว์ซาฟารีเวิล์ดให้ข้อมูลว่าพฤติกรรมของยีราฟ หากอยู่ในภาวะตกใจยีราฟจะยืน
แต่หากไม่ยืนหมายความว่า ยีราฟต้องเชื่อแล้วว่าพื้นที่ที่อยู่ปลอดภัยจึงกล้าที่นอนพักผ่อน และหากยีราฟไม่ได้วิ่งเข้าไปในหมู่บ้าน ก็อาจจะซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ หรือเลวร้ายที่สุดอาจจะสลบหมดสติลงในแหล่งน้ำ จากฤทธิ์ยาสลบ เนื่องจากเมื่อวานช่วงเย็นเจ้าหน้าที่ได้ยิงยาสลบไปถูกขายีราฟประมาณ 1 โดรส ก่อนที่ยีราฟจะวิ่งเตลิดหนีไป ซึ่งยาสลบต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการออกฤทธิ์
ส่วนสภาพพื้นที่ป่าที่ยีราฟหลงหายไป ทีมสัตวแพทย์ ระบุเบื้องต้นว่าสภาพแบบนี้มันอยู่ได้ ไม่เป็นฮีสโตรก เพราะยีราฟเป็นสัตว์ที่ทนอุณหภูมิได้