ปฏิบัติการค้นหา"ยีราฟ"ครบ 24 ชม.ยังไม่พบร่องรอย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ปฎิบัติการค้นหายีราฟตัวสุดท้าย จนถึงขณะนี้ทีมค้นหาของสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ ได้ประสานงานกับทีมกู้ภัยและชมรมพารามอเตอร์ ในพื้นที่ให้นำเครื่องพารามอเตอร์มาช่วยบินค้นหา ผ่านมาแล้ว 24 ชั่วโมงแล้ว จนถึงขณะนี้ ยังไม่ร่องรอยของยีราฟตัวนี้

เครื่องบินพารามอเตอร์ จำนวน 2 เครื่อง ขึ้นบินเพื่อร่วมค้นหาตัวยีราฟ หลังได้รับการสนับสนุนจากชมรมร่วมบินพนมสารคาม​ หลังทีม​อาสาสมัครกู้ภัย ฉะเชิงเทรา จุดบางคล้า และทีมค้นหาจากสวนสัตว์​ซาฟารี​เวิลด์ ได้ขอความช่วยเหลือให้มาร่วมบินค้นหา  ซึ่งการเลือกวิธีนี้ เจ้าหน้าที่บอกว่าเครื่องบินพารามอเตอร์ จะมีเสียงที่ค่อนข้างดัง อาจช่วยให้ยีราฟตื่นตัวและวิ่งออกมาจากพุ่มไม้ได้ แต่สุดท้ายทีมค้นหาใช้เวลาเกือบ 24 ชั่วโมง แต่ก็ยังไม่พบร่องรอย

การค้นหาก่อนหน้านี้ใช้เจ้าหน้าที่ใช้วิธีเดินเท้าตรวจสอบ ควบคู่กับการใช้โดรนบินสำรวจอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากภาพมุมสูงที่ได้จากโดรนจะแสดงภาพได้เพียงมุมสูงที่เห็นเป็นพื้นป่าหรือท้องไร่ท้องนาเท่านั้น ดังนั้นหากยีราฟหลบอยู่ใต้ต้นไม้ที่สูงกว่าจึงยากที่จะสังเกต

โดยทีมค้นหามีประมาณ​ 5 ทีม โดย 1 ทีม จะประกอบด้วย สัตวแพทย์​ สัตวบาล และเจ้าหน้าที่ยิงยาสลบ โดยแบ่งหน้าที่กันหาข้อมูลจากชาวบ้าน เดินค้นหา และรอสเเตนบายเหตุการณ์​ต่างๆ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้การค้นหาค่อนข้างล่าช้า มาจากลักษณะพื้นที่บริเวณ​ทั้งสองฝั่งถนน  304 ฉะเชิงเทรา​ พนมสารคาม​ มุ่งหน้า ปราจีนบุรี​ ค่อนข้างกว้าง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา บ่อปลา และบ่อกุ้ง อีกทั้งยังมีต้นไม้สูงสลับกับพุ่มไม้ที่รกทึบ อยู่หลายจุด และที่สำคัญคือเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่ายีราฟตัวนี้วิ่งเตลิดไปทางฝั่งไหนของถนนกันแน่

ตลอดทั้งวันลูกชายของประธานกรรมการบริหาร ซาฟารีเวิลด์ เดินทางมาดูการทำงานขอมทีมค้นหาด้วย ตนเองและสั่งกำชับถึงความปลอดภัยของทีมงาน และทรัพย์สิน​ของชาวบ้านเป็นหลัก เเม้ว่ายีราฟจะมีราคาสูงก็ตาม

สำหรับขั้นตอนการวางแผน หากเจอยีราฟแล้ว เจ้าหน้าที่จะยิงยาสลบ และรอให้ยีราฟนิ่งล้มก่อนนำรถเครนมายกตัวใส่กรง เพื่อนำไปพักฟื้นที่ศูนย์​เพาะเลี้ยง จังหวัดปราจีนบุรีต่อไป

จากการสอบชาวบ้านในพื้นที่ ม.4 ต.วังทองหลาง อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา บอกว่า ส่วนใหญ่ชาวบ้านในพื้นที่ทราบข่าวจากสื่อ ว่ามียีราฟหลุดมาในพื้น แต่ก็ยังไม่มีใครพบเห็นข้อมูลยีราฟ ตัวที่หายไป

สาเหตุที่ยีราฟหลุดครั้งนี้ คนขับรถบรรทุกให้ข้อมูลว่า ตัวเองบรรทุกยีราฟมากจากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นของบริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด มหาชน ขณะกำลังบรรทุกสัตว์ป่าจากต่างประเทศผ่านมาด้วยตนเองในบริเวณริมถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี ใกล้กับลิงค์ทางหลวงบางคล้า อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อยีราฟ นำไปส่งยังสถานที่เพาะพันธุ์ที่ จ.ปราจีนบุรี

โดยรถบรรทุกขับมาบนถนนบรรทุกกล่องบรรจุยีราฟตัวละกล่อง ระหว่างทางเมื่อมาถึงบริเวณ 4 แยกไฟแดงบางคล้า เริ่มสังเกตเห็นยีราฟชูคอออกมาจากกล่องไม้หลังรถ จึงชะลอ​รถเพื่อเตรียมจะบอกกับคณะเดินทางว่าพบสิ่งผิดปกติ ขณะนั้นคนขับมองกระจกข้างขวาของตัวเอง เห็นยีราฟชะโงกหน้าทักทาย

ทันใดนั้นยีราฟตัวแรก ได้กระโดดออกมา และไม่นานยีราตัวที่ 2 ก็กระโดดตามออกมา ก่อนจะวิ่งอยู่บนถนน 304 ทำให้รถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาต้องหยุดรถ เพื่อเปิดทางให้ยีราฟวิ่งผ่าน

ด้าน ดร.ผิน คิ้วคชา ประธานกรรมการบริหาร ซาฟารีเวิลด์ เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้ได้นำยีราฟจำนวน 68 ตัว มาจากแอฟริกา โดยเครื่องบินจากนั้นใช้รถบรรทุกจำนวน 28 คัน ขนบรรทุกมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ยีราฟได้หลุดออกมาจากในลัง

สำหรับสาเหตุคาดว่ารถโฟล์ค ลิฟท์ ที่ยกกรงยีราฟขึ้นรถ น่าจะไปโดนกลอนประตูด้านล่างหลุด เมื่อรถวิ่งมาได้ระยะนึงประตูจึงเปิดออกทำให้ยีราฟโผล่ออกมาจากลัง และกระโดดลงจากรถ

ซึ่งหลังเกิดเหตุเมื่อวานคณะทีมสัตว์แพทย์ เดินทางมาช่วยกันปิดล้อมพื้นที่ไว้ ก่อนที่จะทำการยิงยาสลบใส่ยีราฟตัวแรก ซึ่งมีความสูงประมาณ 4 เมตร น้ำหนักประมาณ 1 ตันเศษจนหมดสติลงไว้ได้

ทีมสัตวแพทย์​ สวนสัตว์ซาฟารีเวิล์ดให้ข้อมูลว่าพฤติกรรมของยีราฟ หากอยู่ในภาวะ​ตกใจยีราฟจะยืน

แต่หากไม่ยืนหมายความว่า ยีราฟต้องเชื่อแล้วว่าพื้นที่ที่อยู่ปลอดภัยจึงกล้าที่นอนพักผ่อน และหากยีราฟไม่ได้วิ่งเข้าไปในหมู่บ้าน ก็อาจจะซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ หรือเลวร้ายที่สุดอาจจะสลบหมดสติลงในแหล่งน้ำ จากฤทธิ์​ยาสลบ เนื่องจากเมื่อวานช่วงเย็นเจ้าหน้าที่ได้ยิงยาสลบไปถูกขายีราฟประมาณ​ 1 โดรส ก่อนที่ยีราฟจะวิ่งเตลิดหนีไป ซึ่งยาสลบต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการออกฤทธิ์​

ส่วนสภาพพื้นที่ป่าที่ยีราฟหลงหายไป ทีมสัตวแพทย์ ระบุเบื้องต้นว่าสภาพแบบนี้มันอยู่ได้ ไม่เป็นฮีสโตรก เพราะยีราฟเป็นสัตว์ที่ทนอุณหภูมิ​ได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ