เปิดปม !! เชือด 6 รัฐมนตรี ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

บรรยากาศการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน จนถึงนาทีสุดท้ายกว่าจะเคาะชื่อ 6 รัฐมนตรีในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

รายงานข่าวจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดเผยว่า สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เพิ่งจะลงตัวก่อนยื่นญัตติต่อประธานสภาฯ ไม่ถึง10นาที โดยช่วงเช้าวันนี้ ที่ห้องประชุม301 ชั้น3 อาคารวุฒิสภาฯ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้าน ได้นัดหมายแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคให้มาหารือร่วมอีกครั้ง มีแกนนำแต่ละพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายภูมิธรรม นายสุทิน คลังแสง จากพรรคเพื่อไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ขณะที่นายปิยะบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้มาถึงเป็นคนสุดท้าย ขาดแต่เพียงตัวแทนพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ได้ส่งหนังสือไปถึงผู้นำฝ่ายค้าน ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน

ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการหยิบยกรายชื่อรัฐมนตรีที่น่าจะถูกอภิปรายอีกครั้ง หลังจากผลสรุปเมื่อช่วงค่ำวันที่ 30ม.ค.ที่ผ่านมา ได้รัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายแน่นอนแล้ว 5 คน โดยที่ประชุมได้ขอให้ตัวแทนที่มาหารือ สรุปชื่อ ข้อมูลเพิ่มเติม และบุคคลที่เตรียมไว้จะอภิปรายรัฐมนตรีรายนั้นๆ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย เสนอต่อที่ประชุมให้อภิปราย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข จากพรรคภูมิใจไทยด้วย เพราะมีข้อมูลในลักษณะที่น่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน ที่ประชุม ขอเสนอผู้ร่วมอภิปรายด้วย แต่เนื่องจากพรรคนายนิคม มีเพียงเสียงเดียว เกรงว่าข้อมูลที่จะอภิปรายไป ไม่ทั่วถึง ไม่ครอบคลุม จึงไม่ได้เสนอชื่อนายอนุทิน เข้าไปในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ขณะที่นายสงครามและนายปิยบุตร ได้แจ้งต่อที่ประชุม มีข้อมูลสำคัญมากพอที่จะชี้ให้เห็นถึงพฤติการณ์หลายอย่างของพล.อ.ประวิตรและได้เตรียมผู้อภิปรายไว้แล้ว เมื่อที่ประชุมรับฟัง จึงตัดสินใจให้เพิ่มชื่อพล.อ.ประวิตร เข้าไปด้วย

โดยบรรยากาศในห้องประชุมค่อนข้างตึงเครียด ช่วงหนึ่งนายสงครามและนายนิคม เดินออกมานอกห้องประชุม พูดคุยกันอย่างเคร่งเครียด รวมทั้งนายภูมิธรรม ได้เดินออกมาพร้อมกับคุยโทรศัพท์ไปด้วย ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเช่นกัน การหารือได้ล่วงเวลา จากที่นัดหมายสื่อมวลชนประมาณ 10.30-11.00น. จะไปยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประธานรัฐสภาฯ  ทำให้เจ้าหน้าที่สภาฯ ต้องวิ่งมายังหน้าห้องการประชุมพร้อมกับแจ้งว่า “ท่านประธาน จะขึ้นนั่งบัลลังก์แล้ว” โดยเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ประสานกับพรรคเพื่อไทย ก็ไม่กล้าเข้าไปแจ้งในห้องประชุม เนื่องจากเป็นการหารือลับ ไม่อนุญาติให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในห้องประชุม

จนกระทั่งล่วงเวลามาถึง 11.05น.จึงสรุปรายชื่อแล้วเสร็จ โดยมีเจ้าหน้าที่พรรคเพื่อไทย รีบวิ่งไปปริ๊นซ์เอกสารที่ห้องทำงานพรรคเพื่อไทยที่อยู่ไม่ห่างกันนักและวิ่งนำมาส่งมือถึงหัวหน้าพรรคและคณะ ขณะเดินออกจากห้องประชุม เลี้ยวขวาผ่านห้องทำงานของพรรคเพื่อไทย กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้าน ขึ้นไปทางบันได ที่อยู่ติดกันเพื่อเดินไปยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อนายชวน ที่ชั้น4 ห้องประชุม402

รายงานข่าวอีกว่า ส่วนของผู้อภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลได้มีการแบ่งงานกันเอาไว้เบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ ที่หัวหน้าทุกพรรคจะเป็นผู้อภิปราย ยกเว้นพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากนายธนาธร พ้นสมาชิกภาพความเป็นส.ส. พล.อ.ประวิตร มีพรรคเพื่อชาติและพรรคอนาคตใหม่ เป็นแกนหลัก พล.อ.อนุพงษ์ มีพรรคเพื่อไทย พรรคนาคตใหม่ เป็นแกนหลัก นายวิษณุ มีทั้งส.ส.จากพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ นายดอน มีพรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพ ขณะที่รอ.ธรรมนัส มีพรรคเสรีรวมไทยและพรรคอนาคตใหม่ เป็นเจ้าภาพหลัก

ส่วนข้อกล่าวหาในการยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีทั้ง 6 คนสรุปได้ดังนี้

-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ข้อกล่าวหา 1.ไม่ยึดมั่นศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย 2.กระทำการให้ได้มาซึ่งอำนาจที่ไม่ได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 3.ละเมิดหลักนิติธรรม สิทธิเสรีภาพ มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู 4.ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต เอื้อประโยชน์พวกพ้อง 5.ขาดความรู้ความสามารถ ขาดคุณธรรม จริยธรรมร้ายแรง 6.แทรกแซงการทำงานของข้าราชการ เลือกปฏิบัติ

7.ใช้งบประมาณรัฐสร้างความนิยม แต่ล้มเหลวแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 8.ไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน -----พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ข้อกล่่าวหา 1.ไม่มีความซื้อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ 2.มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ 3.ใช้งบประมาณรัฐสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเอง ร่ำรวยผิดปกติ 4.ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมรุนแรง

-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ข้อกล่าวหา 1.ก้าวก่าย แทรกแซง การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรในกระบวนการยุติธรรม 2.บังคับใช้และตีความกฎหมายโดยไม่ยึดหลักการและบรรทัดฐานที่ถูกต้อง 3.ชี้นำการปฏิิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐและองค์กรอิสระ

-พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ข้อกล่าวหา 1.บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด บกพร่องร้ายแรง  ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ 2.ใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย 3.กลั่นแกล้ง ก้าวก่ายแทรกแซงข้าราชการประจำ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4.ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตและประพฤติมิชอบในหน่วยงานกำกับดูแล

-นายดอน  ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ข้อกล่าวหา 1.บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด บกพร่องร้ายแรง  ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ 2.ใช้อำนาจหน้าที่ก้าวกาย  แทรกแซง ข้าราชการเพื่อประโยชน์ตัวเอง และพวกพ้อง 3.เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทข้ามชาติ ส่อจงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญ

-ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ข้อกล่าวหา 1.บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด บกพร่องร้ายแรง  ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ 2.ขาดคุณธรรม จริยธรรม ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ 3.ขาดคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามการเป็นรัฐมนตรี 4.ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ปกป้องพวกพ้อง

"ประวิตร"พร้อมแจงในสภาฯ แม้ยังไร้ชื่อถูกซักฟอก

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ