หลังจากเครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา คนไทยประมาณ 140 คน พร้อมทั้งทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เดินทางไปรับคนไทย จะต้องถูกคัดกรองเบื้องต้นด้วยเครื่องเทอร์โมสเเกนทันทีที่ลงจากเครื่องบิน
จากนั้น จะมีรถบัสมารับทุกคนไปที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินอู่ตะเภาประมาณ 10 กิโลเมตร เพื่อทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง
ผู้ที่มีเชื้อไวรัสโคโรนา จะถูกแยกตัวไว้ที่โรงพยาบาล ส่วนผู้ที่ไม่มีเชื้อ จะถูกส่งต่อไปที่อาคารรับรองสัตหีบ ซึ่งอยู่ติดริมทะเล อยู่ห่างออกไปจากโรงพยาบาลประมาณ 10 กิโลเมตรเช่นเดียวกัน
สำหรับอาคารรับรองทั้งหมดจะมี 5 อาคาร อาคารละ 29 ห้อง ซึ่งคนไทยที่เดินทางกลับมาจะถูกส่งตัวไปเฝ้าระวังในอาคาร 4 อาคาร 6 และ อาคาร 7 เป็นเวลา 14 วัน หากในระหว่างนี้พบว่าใครมีเชื้อไวรัสโคโรนาจะถูกส่งตัวย้ายไปพักที่อาคาร 5 ส่วนคณะแพทย์ที่เดินทางกลับมาพร้อมกัน จะถูกแยกไว้ที่ อาคาร 3
สำหรับห้องพักแต่ละห้อง เนื่องจากเป็นเรือนรับรอง จึงมีความคล้ายคลึงกับโรงแรม คือ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น สบู่ ยาสระผม รวมถึงอาคารรับรองเหล่านี้อยู่ติดทะเล ซึ่งตามแผนที่วางไว้ จะให้พัก 1 คน ต่อ 1 ห้อง แต่ในกรณีที่มีเด็ก จะต้องให้มีผู้ปกครองอยู่ร่วมด้วย
สำหรับภายในอาคารรับรอง จะมีการกั้นรั้วเพื่อแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ โซนสีแดง คือ บริเวณที่พักซึ่งจะเป็นที่อยู่ของคนไทยที่ต้องถูกเฝ้าระวัง มีเพียงทีมแพทย์เท่านั้นที่จะสามารถเข้า-ออกได้
โซนสีเหลือง คือ บริเวณหน้าอาคาร เป็นพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่จัดเตรียมอาหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ทำงานบริเวณนี้จะต้องใส่ชุดป้องกันเชื้อโรค ส่วนโซนสีเขียว เป็นบริเวณรอบนอก
สำหรับญาติที่จะเดินทางมาเยี่ยมผู้ที่ถูกเฝ้าระวัง สามารถเยี่ยมได้ผ่านการวีดีโอคอลเท่านั้น โดยจะมีการจัดห้องรับรองไว้ให้ที่โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ซึ่งการเยี่ยมจะสามารถทำได้หลังผ่านช่วง 3 วันแรกไปแล้ว คือ จะเยี่ยมได้ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เนื่องจาก 3 วันแรก เป็นช่วงที่ต้องดูเเลเข้มงวดเป็นพิเศษ
ทร.เตรียมสถานที่เฝ้าสังเกตอาการ 142 คนไทย หลังกลับจากอู่ฮั่น
ทร.เปิดอาคารรับรองสัตหีบ รับคนไทยจากอู่ฮั่น เฝ้าดูอาการ 14 วัน