การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวานนี้ (7ก.พ.)ได้มีการพิจารณาญัตติการตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกในอนาคต ตามที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้เสนอ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความดุเดือด
โดยนายปิยบุตร กล่าวว่า 88 ปีในระบอบประชาธิปไตย ประเทศไทยมีการรัฐประหาร 13 ครั้ง หรือทุก 6 ปี จะมีรัฐประหาร 1 ครั้ง ซึ่งข้ออ้างการทำรัฐประหารจะเป็นเรื่องเดิมๆคือ รัฐบาลมีพฤติกรรมบ่อนทำลายสถาบัน การทุจริตของรัฐบาล การขัดแย้งกับกองทัพ การรัฐประหารเป็นวงจรอุบาทว์ที่สิงสถิตในประเทศไทยจนประชาชนรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ เป็นยาสามัญประจำบ้าน เวลาที่เกิดวิกฤตก็ไปเรียกทหารออกมาทำรัฐประหาร ทั้งที่ถือเป็นอาชญากรสูงสุดของประเทศ เป็นการตัดตอนพัฒนาประชาธิปไตย มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะรัฐประหารปี2557 ถือเป็นการรัฐประหารที่สร้างผลประโยชน์ให้กลุ่มทุนใหญ่ ซึ่งการตัดตอนรัฐประหารมีหลายวิธี คือ 1 การปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องประชาธิปไตยให้รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือทหาร ไม่ใช่ทหารขี่คอรัฐบาลพลเรือน 2มาตรการทางกฎหมาย ให้ระบุลงไปประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ว่า ประชาชนเป็นผู้เสียหายจากการกบฏ เพื่อมิให้ศาลบอกว่า ประชาชนไม่ใช่ผู้เสียหายเมื่อมีการไปดำเนินคดีกับผู้ทำรัฐประหาร รวมถึงให้ระบุในรัฐธรรมนูญว่า ห้ามตุลาการยอมรับการทำรัฐประหารเป็นรัฐฏาธิปัตย์
และ3การกำหนดให้ความผิดต่อมวลมนุษยชาติเป็นความผิดอาญาระหว่างประเทศ ต้องนำตัวไปขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ หากไปเข่นฆ่าประชาชน แม้จะนิรโทษกรรมให้ตัวเอง แต่ก็ไม่รอดพ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ ใครที่คิดจะปราบปรามประชาชนจะทำไม่ได้
เช่นเดียวกับส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ที่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว โดยนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า การรัฐประหารเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ซึ่งมาตราดังกล่าวกำหนดโทษสูงสุด คือการประหารชีวิต หากกฎหมายนี้บังคับใช้ได้อย่างบรรลุผล สิ่งที่จะต้องเห็นในการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 คือการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องขึ้นศาล และอาจจะมีคำพิพากษาประหารชีวิต วันนี้ท่านจะไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ แต่เป็นนช.ประยุทธ์
แต่กฎหมายที่เราใช้อยู่มีปัญหา ไม่สามารถใช้บังคับได้จริง ส่วนหนึ่งองค์กรตุลาการ องค์กรศาล ได้มีคำพิพากษารองรับมาตลอด ว่า คณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจแล้วนั้น ย่อมมีอำนาจในการปกครอง และออกกฎหมายบังคับใช้ต่อประชาชน สาเหตุที่เป็นแบบนี้ เพราะองค์การตุลาการไปยอมรับทำให้คณะรัฐประหารเป็นผู้มีอำนาจอธิปไตย
ขณะที่นาย นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับการตั้งกมธ.ชุดนี้ โดยเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นกมธ.ชุดนี้ด้วย เพราะเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารถือเป็นวิบากกรรมต้องมาชดใช้กรรม ถ้าจะแก้ไขไม่ให้มีการรัฐประหาร ต้องเขียนกติกาให้ชัดเจน หากใครทำรัฐประหารต้องถูกตัดหัว 7ชั่วโคตร แต่วันนี้ไม่มีโทษนี้ ดังนั้นต่อไปหากเกิดรัฐประหาร ประชาชนที่ออกมาต่อต้านการรัฐประหารและสามารถจับหัวหน้าคณะรัฐประหารได้ ตั้งแต่ผบ.เหล่าทัพ ประชาชนจะได้รางวัลนำจับคนละ 1-2 หมื่นบาท
ส่วนด้าน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ต่างไม่สนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการชุดดังกล่าว โดยนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากเน้นให้แก้ไขเรื่องการเข้าสู่อำนาจที่ทำให้ประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์ จนเกิดรัฐประหารตามมา เพราะวงจรอุบาทว์ที่เปรียบเสมือนงูกินหางนี้ก็จะวนกลับมาที่จุดเดิมอีก ต่อให้มีกรรมาธิการศึกษาอีก10-20 คณะ ก็ไม่สามารถหยุดยั้งวงจรอุบาทว์ได้ เพราะการรัฐประหารเป็นแค่หางงู จะฆ่างูต้องตัดหัวงูคือ หยุดการทุจริตเลือกตั้งก่อนเข้าสู่อำนาจ
ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่สนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าว เพราะเห็นว่าการตั้งญัตติเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันรัฐประหารจะเสียเวลาเปล่า จะเขียนอย่างไรก็มีคนฉีก สถาปนาตนเองเป็นรัฎฐาธิปัตย์ สิ่งที่จะป้องกันรัฐประหารได้คือ การปฏิรูปกองทัพให้โครงสร้างเล็กลง ปลูกจิตสำนึกประชาธิปไตยไว้ในหลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหาร และปลุกจิตสำนึกประชาชนให้ต่อต้านการรัฐประหาร เพราะกระทบสิทธิ สร้างความเดือดร้อน ทางเศรษฐกิจ การลงทุน การตรวจสอบการถ่วงดุลไม่มี
อย่างไรก็ตามหลังจากสมาชิกให้ความสนใจร่วมอภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยมีทั้งสนับสนุนและคัดค้าน นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฏร ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้เห็นว่ายังมีสมาชิกอภิปรายอีกหลายคน จึงขอเลื่อนไปพิจารณาต่อสัปดาห์หน้า พร้อมสั่งปิดประชุมทันที