เมื่อวันที่ (24 ก.พ.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไฟป่าบนเทือกเขาฝาละมียังปะทุต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งที่ไฟไหม้อยู่สูงขึ้นไปด้านบนและมีลักษณะเป็นหุบเขา ทำให้การเดินเท้าขึ้นไปดับไฟทำได้ยาก ดังนั้นแผนหลักของเจ้าหน้าที่ก็คือเร่งนำเฮลิคอปเตอร์ขนน้ำมาช่วยดับไฟ ซึ่งภารกิจเร่งดับไฟป่า จังหวัดนครนายก เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยการนำเฮลิคอปเตอร์บรรทุกน้ำ 3,000 ลิตร มาปล่อย ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมไฟป่าและทำแนวกันไฟ ต้องถอนกำลังมารวมพลกันด้านนอกก่อน เพื่อความปลอดภัยจากมวลน้ำที่จะตกลงไปใส่ และเมื่อภารกิจโปรยน้ำจากเฮลิคอปเตอร์ เพียงพอแล้ว กำลังพลทั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และอาสาสมัคร จะพากันเดินเท้าขึ้นไปควบคุมเพลิงและทำแนวกันไฟต่อ
นายบัญชา เชาวรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ระบุว่า อุปสรรคสำคัญของภารกิจนี้นอกจากจะเป็นเรื่องแรงลมที่โหมให้ไฟยิ่งปะทุ และเศษไม้แห้งที่ทับถมกันมานานเป็นเชื้อเพลงอย่างดีแล้ว ยังมีปัญหาใหญ่คือกับดักสัตว์ของนายพรานที่วางไว้จำนวนมาก อาจเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ ที่จะเดินเท้าขึ้นไป เพราะไม่รู้ว่ากับดักถูกวางไว้จุดไหนบ้าง ซึ่งหลักการทำแนวกันไฟของเจ้าหน้าที่ นอกจะกันพื้นที่ไม่ให้ป่าเสียหายกว่าเดิม ยังต้องกันไม่ให้ไฟป่าลามลงมายังด้านล่างซึ่งติดกับเขตชุมชน ม.4 และ ม.8 ลต.เขาพระ ด้วย
ทั้งนี้จุดแรกที่เกิดไฟป่าปะทุมาก่อนหน้านี้ เช่น ที่ ม.13 ล่าสุดเช้านี้สถานการณ์ดีขึ้น เพราะไม่มีเปลวเพลิงลุกไหม้ให้เห็นแล้ว มีเพียงควันที่ปกคลุมทั่วพื้นที่ แต่เจ้าหน้าที่จาก มทบ.12 ยังต้องจัดเวรยามเฝ้า 24 ชั่วโมง และเดินเท้าสำรวจทุก 2 ชั่วโมง เพราะเชื่อว่ายังไฟยังไม่ดับ 100 เปอร์เซ็นต์ หากมีลมพัดก็อาจลุกไหม้ขึ้นอีก อย่างเช่นเมื่อคืน ก็มีไฟลุกขึ้นมาอีกรอบจนต้องนำกำลังเร่งเข้าไปดับ
นอกจากนี้อีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ตามมาจากไฟป่าครั้งนี้ คือ ทั่วพื้นที่บริเวณนี้ถูกปกคลุมไปด้วยควันไฟ ส่งผลกระทบกับชาวบ้านที่ตอนนี้มีอาการทั้งแสบตา และคัดจมูก จนต้องหาหน้ากากอนามัยมาช่วยป้องกันตัวเองอีกทางหนึ่ง