วันนี้ (25 พ.ต.58) นายคุรุจิต นาครทรรพ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงแนวทางบริหารจัดการแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สัมปทานจะสิ้นสุดอายุในปี 2565 ว่า จะให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ พิจารณาและเปิดให้ผู้รับสัมปทานรายเก่าและรายใหม่เข้าประมูล พร้อมกันนี้จะพิจารณาระบบจัดการเก็บผลประโยชน์ของรัฐ ซึ่งอาจเป็นสัมปทานแบบแบ่งปันผลิต หรือ รับจ้างผลิต โดยจะต้องแก้กฎหมายปิโตรเลียม เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินการ และจะเพิ่มสัดส่วนการถือครองของรัฐในแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยจะให้กระทรวงพลังงาน พิจารณาแนวทางการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องภายใน 1 ปี
ขณะที่การเปิดสัมประทานปิโตรเลียมครั้งที่21 ที่ภาคประชาชน ร้องขอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของกฤษฎีกา หลังจากนั้นจะส่งให้ สนช. พิจารณาต่อไป แต่ยืนยันว่า ต้องเปิดให้นักลงทุนเข้ามาสำรวจครั้งที่ 21 เพื่อแก้ไขปัญหาพลังงานในอนาคต
ทั้งนี้ ข้อมูลปี 2557 พบว่าประเทศไทยมีการใช้ก๊าซกว่า 5,000 ลิตร/วัน แบ่งออกเป็นแหล่งผลิตจากในประเทศ 76% ของกำลังผลิตก๊าซทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องเร่งกำหนดแนวทางเพื่อบริหารจัดการแหล่งก๊าซธรรมชาติก่อนที่สัมปทานจะสิ้นสุดในอีก 7 ปีข้างหน้า