ที่กระทรวงพลังงาน กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 50 คน นำโดย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน, นางสาวรสนา โตสิตระกูล กรรมการนโยบายสัดส่วนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริการสาธารณะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค, นางบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงาน และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก เข้ายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อเรียกร้องให้เร่งปรับโครงสร้างราคาพลังงาน และลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นธรรมต่อประชาชน
นายปานเทพ เปิดเผยว่า ภาคประชาชนได้ยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานมาตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 ครอบคลุมทั้งโครงสร้างราคาน้ำมัน การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซหุงต้ม (LPG) และค่าไฟฟ้า โดยต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน และมีการประชุมร่วมกันแล้ว 2 ครั้ง
แม้จะมีการหารืออย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ปรากฏความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะข้อเสนอเรื่องการกำหนดเพดานค่าการกลั่นและการลดค่าการตลาดน้ำมัน ส่งผลให้เครือข่ายภาคประชาชนประกาศพักการเข้าร่วมประชุมเป็นการชั่วคราว จนกว่ากระทรวงพลังงานจะนำมติการประชุมเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ไปดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
นายปานเทพ ระบุว่า หากนำแนวทางที่ภาคประชาชนเสนอมาใช้ โดยอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์และกำหนดเพดานค่าการกลั่นในระดับที่เหมาะสม จะสามารถปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน 95 ได้ถึงประมาณ 18 บาทต่อลิตร พร้อมประเมินว่าความล่าช้าในการแก้ปัญหาส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงถึงวันละ 800-1,000 ล้านบาท หรือกว่า 24,000-30,000 ล้านบาท หากการดำเนินการยืดเยื้อออกไปอีก 1 เดือน
“หากเป็นปัญหาเร่งด่วนของประชาชน ก็ควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนต้องแบกรับภาระต่อไปทุกวัน” นายปานเทพ กล่าว
ด้านนางสาวรสนา กล่าวว่า ควรมีการตรวจสอบและติดตามเงินส่วนต่างจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันในอดีต ซึ่งได้รับการชดเชยผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้ว รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการจำหน่ายน้ำมันและปริมาณสต๊อกน้ำมันย้อนหลัง เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรมให้กับประชาชน
ขณะที่ นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ใช้อำนาจผ่านคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาศึกษาและพิจารณาปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยครอบคลุมทั้งการทบทวนค่าการกลั่น (GIM) ค่าการตลาด และราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น
นอกจากนี้ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการที่ไม่มีส่วนได้เสียกับผู้ประกอบการเข้าร่วมพิจารณา อาทิ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชนและด้านพลังงาน เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบด้าน พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้าร่วมให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา
ส่วนประเด็นการตรวจสอบสต๊อกน้ำมันย้อนหลัง กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รวมถึงกรณีการกักตุนหรือเก็งกำไรจากสต๊อกน้ำมันเดิม โดยยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีการจ่ายชำระเงินในส่วนที่เกี่ยวข้อง และจะดำเนินการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวมีกรอบการดำเนินงานเบื้องต้นประมาณ 1 เดือน แต่กระทรวงพลังงานยืนยันว่าจะเร่งรัดการดำเนินงานให้เร็วที่สุด พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เกิดความเป็นธรรมและยั่งยืนต่อประชาชนต่อไป