เมื่อเวลา 09.00 น. กลุ่มสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย (สปท.) รวมตัวกันยื่นหนังสือต่อรัฐบาล ที่กระทรวงพลังงาน เพื่อเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำมันขาดแคลน ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าไฟฟ้าและราคาสินค้าที่แพงขึ้น โดยมีนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน สสรท. เป็นแกนนำในการยื่นหนังสือ
บรรยากาศการชุมนุมมีการปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน
พร้อมชูป้ายข้อความ เช่น “น้ำมันโคตรแพง ค่าแรงโคตรถูก” เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
นายสาวิทย์ กล่าวว่า แม้รัฐบาลเคยแถลงว่าสามารถสำรองน้ำมันได้ถึง 106 วัน แต่ในความเป็นจริงกลับเกิดภาวะขาดแคลนภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน โดยประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะต่างจังหวัด ต้องต่อคิวเติมน้ำมัน และบางสถานีบริการไม่มีน้ำมันจำหน่าย สะท้อนถึงปัญหาการบริหารจัดการที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ประชาชนยังเรียกร้องให้รัฐควบคุมราคาน้ำมัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุน โดยเฉพาะการอ้างอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์ ทั้งที่ไม่มีการขนส่งจริง รวมถึงการปรับค่าการกลั่นจากเดิมลิตรละประมาณ 2 บาท เป็นมากกว่า 7 บาท ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค
ขณะเดียวกัน การปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งใหญ่ในคราวเดียวถึง 6 บาท ถูกวิจารณ์ว่าเป็นลักษณะ “ลักหลับ” สร้างภาระให้ประชาชนโดยไม่ทันตั้งตัว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อควบคุมสถานการณ์และบรรเทาความเดือดร้อน โดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ที่มีการเดินทางจำนวนมาก
ล่าสุด ราคาน้ำมันยังปรับขึ้นอีกประมาณ 3.50 บาท ส่งผลให้ราคาขายปลีกแตะระดับกว่า 44 บาทต่อลิตร โดยนายสาวิทย์ตั้งคำถามว่า “ประชาชนจะอยู่กันอย่างไร” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
สำหรับแนวทางแก้ไขเฉพาะหน้า เสนอให้ตรึงหรือลดราคาน้ำมัน ลดค่าการกลั่น และควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่ในระยะยาวควรปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ รวมถึงบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแล และทบทวนโครงสร้างการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ
พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบการกักตุนน้ำมันอย่างจริงจัง และไม่ควรกล่าวโทษประชาชนว่าเป็นสาเหตุของการขาดแคลน พร้อมย้ำว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมีอำนาจโดยตรงในการแก้ไขปัญหา และควรดำเนินการอย่างโปร่งใส
ทั้งนี้ กลุ่มแรงงานและเครือข่ายภาคประชาชนเตรียมหารือเพื่อกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวในอนาคต หากรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยอาจมีการยกระดับมาตรการกดดันเพิ่มเติม
เมื่อถูกถามว่า หากราคาน้ำมันปรับขึ้นไปแตะลิตรละ 50 บาท จะสามารถรับไหวหรือไม่ นายสาวิทย์ กล่าวว่า แม้ปัจจุบันราคาน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 44 บาทต่อลิตร แต่ประชาชนจำนวนมากก็ “ทนไม่ไหวแล้ว” เนื่องจากค่าครองชีพทั้งน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า และสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ค่าจ้างแรงงานยังไม่สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
นายสาวิทย์ย้ำว่า รัฐบาลมีอำนาจในการแก้ไขปัญหา หากมีความจริงจังสามารถใช้มาตรการพิเศษเพื่อลดราคาพลังงานและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ทันที และหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินผลงานของรัฐบาลในอนาคต
ต่อมาเวลา 11.30 น. กลุ่มแรงงานได้เคลื่อนขบวนไปยังบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดประตูทางเข้าและตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยบริเวณด้านหน้า ขณะที่ผู้ชุมนุมยังคงจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เช่นเดียวกับที่กระทรวงพลังงาน ก่อนยื่นหนังสือผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
เติม 500 ยังไม่ถึง! หนุ่มชลบุรีเข็นกระบะน้ำมันหมดกลางม็อบ จี้รัฐเห็นใจคนหาเช้ากินค่ำ
บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแรงงานและภาคประชาชน บริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน ขณะที่แกนนำกำลังขึ้นปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาพลังงาน ปรากฏเหตุการณ์ที่สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนอย่างชัดเจน
โดยมีชายรายหนึ่งเข็นรถกระบะสีเขียวเข้ามาบริเวณพื้นที่ชุมนุม หลังประสบปัญหาน้ำมันหมดระหว่างทาง โดยเจ้าตัวตะโกนว่า “น้ำมันรถหมดพอดี และเงินก็หมดพอดี”
ชายคนดังกล่าว เปิดเผยสั้น ๆ ว่า ตนเดินทางมาจากจังหวัดชลบุรี เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม โดยเติมน้ำมันมาประมาณ 500 บาท แต่ไม่เพียงพอจนหมดก่อนถึงจุดชุมนุม จึงต้องเข็นรถมายังกระทรวงพลังงาน
ทั้งนี้ หลังกล่าวดังกล่าว เจ้าตัวยังคงเข็นรถต่อไปยังบริเวณที่จัดกิจกรรม ท่ามกลางความสนใจของผู้ร่วมชุมนุม โดยเหตุการณ์ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นภาพสะท้อนผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ซึ่งกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ใช้แรงงาน
บรรยากาศระหว่างการจัดกิจกรรมของภาคแรงงานและภาคประชาชนบริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน ที่แกนนำกำลังขึ้นปราศรัย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาพลังงานในขณะนี้ โดยระหว่างนั้น ปรากฏว่ามีชายคนหนึ่งได้เข็นรถกระบะสีเขียวเข้ามา เนื่องจากประสบปัญหาน้ำมันหมดก่อนถึงบริเวณที่จัดกิจกรรม โดยระหว่างที่เข็นรถมานั้นก็ได้ตะโกนว่า "น้ำมันรถหมดพอดี และเงินก็หมดพอดี" ก่อนที่จะกล่าวต่อสั้นๆว่า "ตนเดินทางมาจากจังหวัดชลบุรีเพื่อมาเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งตนได้เติมน้ำมันมาประมาณ 500 บาท แต่น้ำมันหมดก่อนที่จะถึง จึงต้องเข็นมาที่กระทรวงพลังงาน" ก่อนที่จะเข็นรถต่อไปบริเวณที่จัดกิจกรรม