เมื่อเดือนที่แล้วในฮ่องกง ถึงขั้นมีโจรขโมยกระดาษชำระ เพราะประชาชนเกิดอาการแตกตื่นแห่ซื้อข้าวของอาหารแห้งมากักตุน ตามมาด้วยที่สิงคโปร์ ญี่ปุ่นหรือแม้กระทั่งในสหรัฐ ก็มีรายงานกระดาษชำระเกลี้ยงชั้นวางจำหน่ายสินค้าเช่นกัน รวมถึงในออสเตรเลีย หลังมีรายงานพบผู้เสียชีวิตจากโควิด 19 รายแรก ยอดขายกระดาษชำระก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน คำถามที่ตามมาคือ กระดาษชำระกำลังขาดแคลนจริงหรือไม่ รายงานของบีบีซีตอบคำถามนี้ว่า ไม่จริง และปรากฏการณ์ของกระดาษชำระเกิดมาจากความแตกตื่นเท่านั้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาผู้บริโภค มองว่า พฤติกรรมที่ผู้คนแสดงออกเช่นนั้นเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างชัดเจน และศาสตราจารย์นิติกา แกร็ก แห่งมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์อธิบายว่า นี่คืออาการ FOMO syndrome หรือ ย่อมาจาก fear of missing out คือความกลัวเมื่อเห็นอะไรบางอย่างหายไป อาการนี้สามารถเกิดขึ้นกับสินค้าหลายประเภท ไม่เพียงเฉพาะกระดาษชำระ คนที่มีอาการนี้คือคิดว่า หากมีคนซื้อสินค้าชนิดใดชนิดนึงไป เพื่อนบ้านของเราซื้อมันเหมือนกัน ก็แปลว่า คนพวกนั้นน่าจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง และเราก็จำเป็นต้องซื้อด้วย
ตอนนี้ในหมู่ชาวออสเตรเลียบางคนเรียกปรากฏการณ์กลุ่มคนที่แตกตื่นแห่ไปซื้อกระดาษชำระว่าเป็น วิกฤต "dumbest" หรือวิกฤตที่โง่ที่สุด บางคนบอกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับยา หน้ากากอนามัย หรือที่ล้างมือแล้ว กระดาษชำระชั่งดูเป็นอะไรที่ต่อสู้กับเชื้อโรคไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป และพวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมกระดาษชำระถึงจะเป็นสินค้าที่จำเป็นต้องการใช้ชีวิตประจำวันขนาดนั้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ความต้องการกระดาษชำระที่เพิ่มขึ้นก็เกิดมาจากความหวาดกลัว โดยเฉพาะในยามที่ประชาชนไม่มั่นใจว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดจะจบลงเมื่อไหร่ หรือจะแย่ลงกว่าเดิม พวกเขายิ่งต้องการเตรียมตัว เพราะอย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่พวกเขารู้สึกว่า พวกเขาสามารถควบคุมได้นั่นเอง
“สิระ” แจกหน้ากากอนามัย 1 หมื่นชิ้น แจงซื้อจากอินเทอร์เน็ต
รพ.เอกชน ขาดแคลน “หน้ากากอนามัย” เหตุโรงงานจัดส่งกรมการค้าภายใน เท่านั้น