จับทิศ “พิษโควิด-19” กระทบเศรษฐกิจภาพรวม ‘ท่องเที่ยว-อุตสาหกรรม-เกษตร’

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รายการเป็นเรื่องเป็นข่าววันนี้(5 มี.ค.) ถกวิกฤตโควิด-19 ส่องเศรษฐกิจทรุด กระทบไทย ขณะที่ถ.ข้าวสารนักท่อบงเที่ยวหดหาย ด้านผอ.ศูนย์ศึกษาการค้าฯ เสนอต้องสร้างความมั่นใจไทยต้องคุมไวรัสให้อยู่!!

ผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ไม่ได้กระทบแค่สุขภาพ แต่กระทบด้านเศรษฐกิจไปทั่วโลกแล้ว รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งล่าสุดรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงิน คล้ายๆ ชิม ช็อป ใช้ ซึ่งมาตรการนี้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากว่า เหมาะสมหรือไม่ ช่วยได้จริงหรือไม่ อย่างไร

ล่าสุดวันนี้ (5 มี.ค.)  รายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในตอน วิกฤตโควิด-19 ส่อเศรษฐกิจทรุด!

 

คุณสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร

ไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาก็รู้อยู่แล้วว่า เศรษฐกิจไม่ดี ซึ่งแต่ละองค์กรมีการจัดการแผนของตนเองอยู่แล้ว แต่เมื่อมาเจอโควิด-19 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ก็เริ่มเห็นชัด อย่างนักท่องเที่ยวก็ค่อยๆ หาย โดยที่ถนนข้าวสารพบว่า 70% เป็นเอเชีย อีก 30% เป็นยุโรป ซึ่งก็ทยอยแคนเซิ้ลการท่องเที่ยว โดยเริ่มจากจีนก่อน และเมื่อมาญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ก็เริ่มแคนเซิ้ลกันอีก เรียกว่า ตอนนี้ขาลง และคิดว่าจะลงไปอีกเรื่อยๆ เนื่องจากตลาดเอเชียหายไปแล้ว และยุโรปเริ่มหายไป เพราะล่าสุดมีพบผู้ป่วยในอิตาลีแล้ว

“สำหรับถนนข้าวสารปีนี้ เราคงไม่จัดอีเว้นท์ เวทีประกวด ส่วนเล่นน้ำ เราคงห้ามคนเล่นน้ำไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะ และจากการจองเพื่อพักที่โรงแรมก็มีนักท่องเที่ยวจองเข้ามาอยู่ เราจะห้ามคงไม่ได้ เป็นซิกเนเจอร์ไปแล้ว เพียงแต่อาจต้องมีการป้องกัน และเชื่อว่าคนไม่แออัด เพราะหายไป 40% แน่นอน” คุณสง่า กล่าว

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

เรื่องนี้กระทบนักท่องเที่ยวแน่นอน เดิมคิดว่า เมื่อจีนเอาอยู่ก็น่าจะดีขึ้น แต่ประเทศอื่นๆไม่หยุด อย่างเดิมคิดว่าน่าจะติดโรคกันประมาณ 2% แต่มาตอนนี้ก็เริ่มไม่มั่นใจ สิ่งสำคัญที่จะกระทบคือ  1.ภาคท่องเที่ยว ทั้งค้าส่งค้าปลีก ร้านอาหาร ไกด์ ครอบคลุมทั้งหมด 2.ภาคอุตสาหกรรม โดยไทยพ่วงกับจีน มีการส่งวัตถุดิบกัน ทำให้ทุกอย่างขาดหมดทั้งวัตถุดิบ และตลาดจีนเป็นตลาดส่งออก ซึ่งไทยพึ่งพาจีนมากเป็นอันดับ 1 จึงทำให้เกิดผลกระทบมาก  และ 3.ภาคการเกษตร  สินค้าเกษตรต่างๆ ผลไม้ ทุเรียน หยุดหมด จากเดิมเป็น 100 ตู้ นี่เหลือ 20-30 ตู้ เพราะเข้ายากขึ้น อย่างไรก็ตาม 2-3 ปีก็มีเรื่องเทรดวอร์ สงครามจีน-สหรัฐ ก็กระทบอยู่แล้ว  นี่ยิ่งหนัก  ดังนั้น หากรัฐจะช่วยต้องทั้ง 3 ส่วน ไม่ใช่มุ่งไปอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งขณะนี้เห็นว่ามุ่งไปทางท่องเที่ยวเยอะ

-ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ทางนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอให้มีการแจกเงินประชาชนกลุ่มรายได้น้อย เกษตรกร อาชีพอิสระ เพื่อลดผลกระทบโควิด-19 นั้น

รศ.ดร.อัทธ์ กล่าวว่า  เมื่อได้รับเงินไปก็อาจมีทั้งคนที่นำไปใช้จ่าย หรืออาจไม่ใช้จ่าย แต่เก็บเงินไว้ เพราะไม่มั่นใจเศรษฐกิจ แต่สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลต้องคุมโควิด-19 ให้อยู่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น อย่างถ้าไปถามว่า คนไทยมั่นใจกับรัฐบาลจะคุมโควิด-19 ได้มากน้อยแค่ไหน ตนมองว่าไม่กล้าตอบ เรื่องนี้อึดอัดจะตอบ เพราะตัวเลขก็ขึ้น แต่ก็ขอให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ เพราะทำเต็มที่แล้ว แต่ระบบต้องสร้างความเชื่อมั่นด้วย  เพราะเราไม่รู้ว่าจะลากยาวแค่ไหน ยิ่งนานคนว่างงานจะมากขึ้น ส่วนที่บอกว่า เมื่อจีนดีขึ้น หากเราส่งออกไปที่จีนแล้วก็ต้องถามกลับว่า คนจีนจะมีการใช้จ่ายมากน้อยแค่ไหน เพราะเขาก็ประสบปัญหาเช่นกัน

คุณสง่า  กล่าวว่า  ตนมองว่าได้รับเงินมา คนไทยก็จะเก็บไว้ก่อน ยิ่งคนมีรายได้มาจากนักท่องเที่ยว ถ้าไม่ได้ก็ต้องรีบเก็บเงิน ไม่กล้าใช้ อย่างมากตอนนี้การใช้เงินก็ต้องเน้นจำเป็นไว้ก่อน ค่ารถ ค่าบ้าน ค่ากิน พวกบันเทิงต่างๆ ตัดไปก่อนเลย  อย่างไรก็ตาม การสร้างความมั่นใจสำคัญมาก อย่างคุมผู้ติดเชื้อให้น้อยลง เมื่อมั่นใจก็เริ่มใช้จ่ายได้

ถ้ากระทบทั้งปีจะเป็นอย่างไร  รศ.ดร.อัทธ์  กล่าวว่า ถ้าลากยาวเป็นปี   เชื่อว่า จีดีพีต่ำกว่า 1 แน่นอน เพราะมีการพูดถึง 18 เดือน คือ อาจควบคุมได้ แต่คนติดเชื้อยังอยู่  แสดงว่าอาจคุมได้ไม่เต็มที่เป็นได้ และตัวเลขผู้ติดเชื้อจริงๆเท่าไหร่กันแน่ ตรงนี้ก็ยังเป็นคำถาม ดังนั้น การสร้างความเชื่อมั่นสำคัญ และต้องทำให้ได้  

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ