หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ (IMF) ระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายของประเทศต่าง ๆ ต้องใช้มาตรการขนานใหญ่ที่พุ่งเป้าเฉพาะ รวมถึง มาตรการทางการเงินและการคลัง เพื่อช่วยเหลือธุรกิตและภาคครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ อาทิ การให้เงินช่วยเหลือ การลดอัตราดอกเบี้ย และการผ่อนคลายทางภาษี ตลอดจนสนับสนุนตลาดการเงินและธนาคารกลาง
ถ้อยแถลงของไอเอ็มเอฟมีขึ้นเพียงไม่นานก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่า ต้องการปรับลดภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลลงสู่ระดับ 0 เปอร์เซ็นต์ ตลอดระยะเวลาที่เหลือของปีนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทีมีแนวโน้มจะซบเซาลง เนื่องจากผู้บริโภคในประเทศระวัดระวังการใช้จ่ายในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
เช่นเดียวกับรัฐบาลเยอรมนีที่ประกาศชุดมาตรการในการรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว รวมถึง การสนับสนุนด้านสภาพคล่องทางการเงินสำหรับบริษัทเอกชน ตลอดจนกระตุ้นการลงทุนของประเทศที่ ด้วยงบประมาณ 3.1 พันล้านยูโรหรือว่า 1.1 แสนล้านบาทต่อปี นับตั้งแต่ปี 2021 – 2024 เป็นต้น นอกจากนี้ยังจะให้ความช่วยเหลือแก่องค์กรและหน่วยงานที่ต้องยกเลิกการจัดกิจกรรมชุมนุมในช่วงนี้ออกไปก่อนด้วย
ขณะที่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่น ประกาศมาตรการฉุกเฉินชุดที่ 2 ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ รวมถึง มาตรการขยายวงเงินของโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อการกู้ยืมขึ้นสู่ระดับ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 4.72 แสนล้านบาท เพื่อให้การสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในประเทศ
ส่วนก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางจีนดำเนินการอัดฉีดสภาพคล่อง 1.2 ล้านล้านหยวนหรือกว่า 5.44 ล้านล้านบาท เข้าสู่ระบบการเงินของประเทศ และให้การสนับสนุนโรงพยาบาลด่านหน้าที่ใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อ นอกจากนี้รัฐบาลยังประกาศยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขนส่งพัสดุ ตลอดจนให้สิทธิพิเศษทางภาษีสำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสดังกล่าว รวมถึงยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าที่ใช้ในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าวด้วย
บางกอกแอร์เวย์ส ลดเงินเดือนผู้บริหาร – ลดค่าใช้จ่าย กู้วิกฤต Covid19
ด้านรัฐบาลฮ่องกงอัดฉีดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.54 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 4.85 แสนล้านบาท ด้วยการมอบเงินสนับสนุนให้กับผู้พำนักถาวรในฮ่องกงที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป รายละประมาณ 1,280 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 4 หมื่นบาท คาดจะมีผู้เข้าข่ายได้รับเงินอุดหนุน 7 ล้านคนด้วยกัน
กพท. ถกสายการบิน กู้วิกฤต“โควิด-19”
ขณะที่รัฐบาลสิงคโปรสำรองงบประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 1.26 แสนล้านบาท สำหรับปีงบประมาณที่กำลังจะมาถึง เพื่อให้การช่วยเหลือธุรกิจและภาคครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมอนุมัติงบให้กระทรวงสุขภาพ และประกาศเลื่อนแผนการปรับขึ้นภาษีสินค้าและบริการออกไปเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ยังให้เงินสนับสนุนชาวสิงคโปร์ที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป ระหว่าง 100 – 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 2,200 – 6,800 บาท ขึ้นอยู่กับรายได้ของบุคคลนั้น ๆ ด้วย
โควิด-19 กระทบอุตสาหกรรมบันเทิงทั่วโลก