สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 6 ราย รวมตัวเลขผู้ป่วยยืนยันจำนวน 59 ราย(ข้อมูล ณ วันที่ 11 มี.ค.63) ปรากฎว่าเกิดคำถามว่า การพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจะเข้าสู่การระบาดระยะที่ 3 หรือไม่ แน่นอนว่า กระทรวงสาธารณสุขออกมายืนยันว่า ยังไม่ถึง โดยยังอยู่ในระยะ 2 เนื่องจากยังจำกัดวง และควบคุมได้ แต่ที่ยังวิตก คือ มีผู้ติดเชื้อ 1 รายที่เป็นชาวสิงคโปร์ และเป็นเจ้าของร้านอาหารตึกแห่งหนึ่งย่านกลางเมืองในกรุงเทพฯ ยังไม่ชัดเจนว่าติดจากสาเหตุใด และด้วยความเป็นร้านอาหาร จะทำให้มีการแพร่เชื้อวงกว้างได้หรือไม่
ล่าสุดวันที่ 11 มี.ค.2563 รายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ได้เชิญ นพ.สมบัติ แทนประเสริฐสุข นายแพทย์ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มาให้ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ในตอน “โควิด-19 ขั้นวิกฤตหรือแค่ตระหนก?”
นพ.สมบัติ กล่าวว่า ตามหลักวิชาการด้านระบาดวิทยา หากเจอโรคติดเชื้อที่ติดต่อได้ง่าย อย่างผู้ป่วย 1 คนสามารถแพร่เชื้อเฉลี่ย 2-4 คน ด้วยปัจจัยตรงนี้ทำให้การควบคุมโรคได้ยาก ซึ่งคิดตามหลักโอกาสเข้าสู่ระยะ 3 ย่อมมี เพียงแต่เราชะลอ หรือยับยั้งได้
เมื่อถามถึงกรณีชาวสิงคโปร์ที่เป็นร้านอาหารแห่งหนึ่ง และกลับจากสิงคโปร์ 2 ก.พ. ก็น่าจะติดในประเทศไทย แต่ยังไม่ทราบว่าติดจากที่ไหนอย่างไร?
นพ.สมบัติ กล่าวว่า ขอแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกติดจากที่ไหน เรื่องนี้ต้องใช้เวลาในการสอบสวนโรคก่อนว่า จากแหล่งไหนกันแน่ เนื่องจากก็มีโอกาสติดจากคนนอกประเทศที่อยู่ใกล้ชิดกับเขา ส่วนที่ 2 ประชาชนหรือพนักงานที่อยู่ในร้านจะเสี่ยงหรือไม่ ก็ต้องบอกว่า หากไม่ได้คุยหรือสนิทสนมกัน เช่น คุยกัน 1-2 เมตร หรือนานเกิน 5 -10 นาที โอกาสติดก็จะน้อยมาก เพราะเชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่ได้ลอยในอากาศ แต่ติดในละอองเสมหะ ซึ่งขณะนี้ทางร้านทำความสะอาดแล้ว ก็จะไม่มีโอกาสแหล่งแพร่เชื้อได้อีก
“สำหรับลูกค้า หากไม่ได้ใกล้ชิดก็ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง แต่หากไม่สบายใจก็ต้องสังเกตอาการตัวเอง โดยหลักการก็ใช้หน้ากากอนามัยป้องกัน ส่วนกลุ่มคนที่สัมผัสใกล้ชิดนั้น กำลังติดตามเพื่อให้กักกันตัวเอง เช่น พนักงานที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยรายนี้ อย่างเคยทำงานร่วมกัน จึงต้องขอกักตัวเอง 14 วัน”นพ.สมบัติ กล่าว
เมื่อถามถึงผู้ติดเชื้อ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ ตม. ที่ทำงานในสนามบิน จะส่งผลให้โอกาสการแพร่เชื้อมากขึ้นหรือไม่ นพ.สมบัติ กล่าวว่า การคัดกรองที่ด่าน จะคัดกรองคนที่เป็นไข้ หากเป็นก็จะส่งไปยังโรงพยาบาล แต่โรคนี้สามารถมีอาการน้อยๆ ก่อนได้ อย่างหากติดเชื้อมาก็อาจเจ็บปวดตามตัว ยังไม่มีไข้ แต่ก็แพร่เชื้อได้ ดังนั้น กรณีโควิด-19 หากรอให้มีอาการมาก ค่อยสวมหน้ากากอนามัยก็จะไม่ทันแล้ว ดังนั้น ต้องเริ่มสวมใส่แม้จะมีอาการน้อย เพราะบางครั้งไม่มีอาการก็อาจแพร่เชื้อได้
เมื่อเปรียบเทียบจีนกับยุโรป ปรากฎว่า ยุโรปหนักขึ้น นพ.สมบัติ กล่าวว่า สถานการณ์จะมีทิศทางอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน และทุกภาคส่วน ซึ่งจริงๆ ที่ผ่านมาไทยก็ชะลอสถานการณ์การระบาดได้ดี ดังนั้น หากเราไม่ใช้หน้ากากอนามัย หรือคนปกติใช้หน้ากากผ้า ก็จะแพร่กระจายมากขึ้น จึงขอความร่วมมือให้หันมาป้องกันการสวมใส่หน้ากากอนามัยในคนป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และคนทั่วไปที่ไม่ป่วยให้สวมใส่หน้ากากผ้าแทน ที่สำคัญหมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วย
“หมอยง” แนะล้างมืออย่างน้อย 20 วินาที ฆ่าเชื้อไวรัส
ทำความรู้จักการแบ่งระยะการระบาด “โควิด-19” ไม่เกี่ยวความรุนแรงของโรค