ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้บัญชาการ หารือมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังพบผู้ติดเชื้อมีจำนวนเพิ่มขึ้น ระหว่างการประชุม แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะยอมรับว่าสถานการณ์เริ่มกระจายตัวเป็นวงกว้าง แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจว่าจะใช้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า "ระยะ3" หรือยัง เพราะมองว่าการใช้คำแต่ละคำ มีผลกระทบในหลายด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ยังสั่งให้ทุกหน่วยงานส่งตัวแทนมาทำงานกับศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ในวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้มีความพร้อมในการบูรณาการแก้ไขปัญหา
รัฐเตรียมงัดกฎหมาย 3 ฉบับ ปิดสถานบันเทิง คุมโควิด-19 ขณะที่วาระการประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเสนอการประกาศพื้นที่เขตติดต่อร้ายแรงเพิ่มขึ้น รวมถึง มาตรการปิดสถานบริการเช่น ผับ บาร์ ซึ่งเป็นสถานที่เสี่ยงของการแพร่ระบาด โดยไม่มีกำหนด รวมถึงกิจกรรมที่มีคนมารวมตัวเป็นจำนวนมาก
ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่ามาตรการที่จะเกิดขึ้นจะเน้นการลดการแพร่ระบาดในพื้นที่ชุมชน และพื้นที่แออัดเป็นหลัก ไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อเหมือนที่เกิดกับสนามมวย
สำหรับกฎหมายที่จะถูกนำมาใช้ เบื้องต้นเป็นการบังคับใช้ 3 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติ โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มาบังคับใช้ในพื้นที่เขตติดต่อร้ายแรง เป็นหลัก
ส่วนความชัดเจนการจัดกิจกรรมประเพณีและเล่นน้ำสงกรานต์ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่าทั้งภาครัฐและเอกชน แจ้งยกเลิกจัดงานมาแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นในการประชุมวันนี้ จะเสนอให้งดการจัดกิจกรรมสงกรานต์ทั่วประเทศ แต่ยังให้ถือเป็นวันหยุดประเพณีตามปกติ
ส่วนกิจกรรมที่วัด นายอิทธิพล ระบุว่าได้ขอความร่วมมือไม่จัดกิจกรรมที่มีการรวมคนเป็นจำนวนมาก แต่ขอให้เรียบง่ายมากที่สุด และเป็นการทำบุญสงกรานต์กับครอบครัวเท่านั้น
“นายก อบจ.แปดริ้ว”ติดเชื้อโควิด-19 พบเดินสายออกงานสังคมกว่า 16 งาน