ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา ตัวแทนกลุ่มอดีตประธานรัฐสภา นำโดยนายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา เข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อปรึกษาหารือและยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผลการประชุมกลุ่มอดีตประธานรัฐสภา เพื่อนำเสนอต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ต่อแนวทางแก้วิกฤตในประเทศ อาทิ การระบาดของไวรัสโควิค-19 และความเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
โดยนายนิคม กล่าวว่า ตนขอให้นายกฯ ใช้ความกล้าหาญและตัดสินใจปิดประเทศ เพื่อยุติวิกฤตการระบาดไวรัสโควิค-19 ผ่านกระบวนการห้ามคนต่างชาติเข้าประเทศ ส่วนคนไทยที่เดินทางกลับเข้าประเทศต้องมีมาตรการคัดกรองอย่างเข้มข้น ตนเข้าใจว่ามาตรการปิดประเทศดังกล่าวอาจจะสร้างความวุ่นวาย แต่อาจเป็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเท่านั้น เชื่อว่ามาตรการปิดประเทศ ที่ประกาศใช้ เช่น ประเทศมาเลยเซีย จะทำให้การยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค-19 ได้และพลิกฟื้นประเทศได้ในเวลาที่รวดเร็วกว่าประเทศไทย
ทั้งนี้มาตรการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมาของรัฐบาล ยังขาดการบูรณาการงานร่วมกัน อย่างมีเอกภาพ เช่น ในการขอความร่วมมือโรงพยาบาลเอกชนในประเทศ เป็นเพียงการออกคำสั่งให้ปฏิบัติตามและรับเข้ารักษาเท่านั้น แต่ขาดการบูรณาการงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ และกรณีที่รัฐบาลทำงานในลักษณะปัจจุบัน จะทำให้ทีมแพทย์มีความเหนื่อยล้ามาก ต่อการตามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
ขณะที่นายสุชน กล่าวว่า ผลหารือของกลุ่มอดีตประธานรัฐสภา ยังมีข้อเสนอให้ใช้เวทีรัฐสภาเพื่อหารือต่อแนวทางแก้ปัญหาวิกฤตภายในประเทศ ทั้งไวรัสโควิด-19 และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามที่มีประเด็นเรียกร้องจากฝ่ายต่างๆ ทั้งนี้การใช้เวทีรัฐสภาดังกล่าว คือการประสานความร่วมมือร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งนี้ในการหารือนายชวนเห็นด้วยในหลักการ
ด้านนพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษานายชวน กล่าวว่า ข้อเสนอของกลุ่มดังกล่าว นายชวน จะนำเรื่องส่งไปยังนายกฯ ให้พิจารณาเป็นแนวทาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับกลุ่มอดีตประธานรัฐสภา ที่ยื่นข้อเสนอและแนวทาง นั้นประกอบด้วย นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานรัฐสภา, นายสุชน, นายสนิท วรปัญญา อดีตประธานวุฒิสภา, นายประสพสุข บุญเดช อดีตประธานวุฒิสภา, พล.อ.ธีรเดช มีเพียร อดีตประธานวุฒิสภา และนายนิคม