คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นภาพของชายคนหนึ่งกำลังจับรอบๆลิฟต์โดยสารอย่างผิดปกติ โดยช่วงหนึ่งมีพฤติกรรมเหมือนกำลังนำน้ำลายป้ายปุ่มกดลิฟต์ ราวจับด้านใน ก่อนล้วงกางเกงแล้วนำมาป้ายซ้ำอีกครั้ง จากการตรวจสอบคาดว่าเป็นลิฟต์โดยสารของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ
หลังคลิปนี้ถูกแชร์ในโซเชียลและแสดงความคิดเห็นถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ด้านบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส ออกมาชี้แจงแล้วว่าลิฟต์ดังกล่าวเป็นของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติจริง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลา 05.23น. ของวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้พบเหตุผิดสังเกตจากกล้องวงจรปิด หลังชายคนดังกล่าวได้กระทำการไม่เหมาะในลิฟต์ จึงได้เข้าไปตรวจสอบในทันที ก่อนชายดังกล่าวได้วิ่งหนีออกไปทางถนนพระราม 1 ซึ่งหลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดภายในลิฟต์และบริเวณโดยรอบอย่างละเอียดในทันที และกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกจุดของสถานีของบีทีเอสเพิ่มความเข้มงวดเฝ้าระวัง พร้อมแจ้งความกับตำรวจสน.ปทุมวันให้ช่วยติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
โดยพันตำรวจเอก พาติกรณ์ ศรชัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจปทุมวัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อเปรียบเทียบกับในคลิปว่าเป็นสถานที่เดียวกันหรือไม่ พร้อมเก็บหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เพื่อดูเส้นทางการหลบหนี ซึ่งเบื้องต้นยังไม่พบตัวชายคนดังกล่าวเป็นใคร เป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ ในระหว่างนี้ได้เก็บพยานหลักฐานและเร่งติดตามตัวมาสอบปากคำ ซึ่งเบื้องต้นพบว่าลิฟต์โดยสารดังกล่าวเปิดให้ใช้บริการตามปกติ
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่าขณะนี้่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ให้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคระบาด กระทรวงสาธารณสุข, เจ้าหน้าที่เทศกิจ และ BTS เร่งตรวจสอบและพิสูจน์ชายดังกล่าวที่ปรากฏในคลิป เพื่อควบคุมตัวมาตรวจสอบ สอบสวนโรค ตรวจหาการติดเชื้อโควิด-19 และสอบสวนหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิด ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 หรือ ความผิดฐาน กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อนหรือน่าจะเปรอะเปื้อนทรัพย์ โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และหากภายหลังพบว่าผู้ก่อเหตุ มีอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจเข้าข่ายความผิดฐาน กระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกลักษณะ อาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท พระราชบัญญัติควบคุมโรค พ.ศ.2558และความผิดฐาน เข้าไปหรือออกไปจากที่เอกเทศ โดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สุดช็อก !! สาวเจอคราบน้ำลาย บนปุ่มกดลิฟต์