สถานการณ์ไฟป่าที่ดอยสุเทพ ยังขยายวงกว้างต่อเนื่องมานานหลายวันติดต่อกัน แม้ว่ากำลังเจ้าหน้าที่ทางภาคพื้นดิน ทั้งในส่วนของกรมอุทยาน ไฟป่า อส. กู้ภัย ทหาร และชาวบ้านจะช่วยกันเข้าไปดับตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมได้ แม้ว่าบางจุดจะดับลง แต่ก็มีการประทุขึ้นมาใหม่อีกหลายรอบ โดยอุปสรรคในการดับไฟครั้งนี้ นอกจากจะขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศที่เป็นเขาสูงแล้ว ใบไม้กิ่งไม้แห้ง ความแห้งแล้ง รวมไปถึงกระแสลมที่เกิดขึ้น ทำให้ยากต่อการควบคุมได้
เมื่อวานนี้ไฟป่าได้ลุกลามต่อเนื่องมาถึงด้านหลังวัดดอยคำ จนเกิดภาพเปลวไฟโอบล้อมด้านหลังวัดพระธาตุดอยคำ และด้านหน้าคือตัวเมืองเชียงใหม่ที่อยู่ด้านล่าง ถือเป็นภาพที่สะท้อนสถานการณ์ที่วิกฤติหนัก จนชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ต่างก็ร้องขอให้พิจารณา ใช้เฮลิคอปเตอร์ในการช่วยโปรยน้ำสกัดไฟป่า ร่วมกับการทำงานของภาคพื้นดิน
ล่าสุดเช้านี้ ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้ประสาน ขอกำลังทีมโดรนอาสา บินสำรวจเพื่อชี้พิกัดให้กับ เฮลิคอปเตอร์ MI-17 จากกองทัพบก ในการเข้าดับไฟ รวมทั้งจะนำเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจำนวนทั้งหมด 3 ลำ ช่วยสนับสนุนในภารกิจด้วย
สำหรับเช้านี้ จังหวัดเชียงใหม่ มีรายงานจุด Hotspot ระบบ VIIRS ตามข้อมูล GISTDA จำนวน 286 จุด ในพื้นที่ 19 อำเภอ 53 ตำบล พบว่าลุกลามจากจุดเดิมรอบบ่ายวานนี้ 16 จุด ส่วนค่า PM2.5 ในตัวเมืองเชียงใหม่เมื่อเวลา 7 นาฬิกา พุ่งสูงขึ้นไปอยู่ที่ 1,000 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรแล้ว