การลงทะเบียนรับเงินจากมาตรการเยียวยา 5,000 บาท กรณีที่หลายคนถูกจัดเป็นเกษตรกร หรือ แม้แต่นักศึกษา ทั้งที่ประกอบการอาชีพอื่น กระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ความแม่นยำอยู่ที่ฐานข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบว่าต้นทางมาถูกต้องหรือไม่ แต่ก็ยอมรับว่าเป็นไปไม่ได้ ที่คนลงทะเบียนกว่า 27 ล้านคน “จะไม่ผิดพลาดเลย”
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุว่า ข้อมูลเกษตรกรที่นำมาใช้ในการประมวลผลครั้งนี้ เป็นรอบล่าสุด ไม่ใช่ข้อมูลเก่า อาจเป็นไปได้ที่หัวหน้าครอบครัวอาจเป็นผู้ใส่ชื่อของท่านลงไป เนื่องจากมีการสอบถามว่ามีสมาชิกในครอบครัวกี่คน ที่ช่วยทำเกษตรด้วย หรืออย่างผู้ขับแท็กซี่ ที่กลับไปช่วยที่บ้านทำไร่ทำสวน แต่อาชีพหลักเป็นผู้ขับแท็กซี่ตรงนี้อนุโลมให้ จะยึดอาชีพหลักเท่านั้น ขณะที่ กลุ่มนักเรียน-นักศึกษาที่ต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ ก็จะสามารถมีสิทธิได้รับเงินเยียวยาได้ด้วย เนื่องจากบางคนต้องเรียนและทำงานไปด้วยเพื่อเลี้ยงครอบครัว ซึ่งเมื่อสถานที่ทำงานต้องปิดชั่วคราวหรือถูกเลิกจ้าง จึงถือว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เช่นกัน
สำหรับการเปิดลงทะเบียนทบทวนสิทธิ์ทางระบบออนไลน์ หรือ การอุทธรณ์สิทธิ์เยียวยา 5,000 บาท จะเปิดระบบในวันที่ 20 เมษายนนี้ และทำการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในวันอาทิตย์ 26 เมษายนทันที เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินเร็วที่สุด การทบทวนสิทธิ์ ขั้นแรกจะให้กรอกข้อมูลเพิ่มเติม ถ้าตรวจสอบข้อมูลถูกต้องชัดเจนก็จะทำการโอนเงินทันที แต่กรณีที่ข้อมูลยังไม่ผ่าน จะเจ้าหน้าที่จะลงไปหาถึงพื้นที่ โดยใช้แอปพลิเคชันขอถ่ายรูปตัวผู้ลงทะเบียน ถ่ายรูปร้านค้าที่ได้รับผลกระทบ ส่งเข้าระบบทันที
นอกจากนี้ นายลวรณ ยืนยันว่า จะมีอีกหนึ่งมาตรการที่เข้ามาดูแลกลุ่มที่ตกหล่น เช่น กลุ่มว่างงาน คนไร้บ้าน ที่ไม่เข้าเกณฑ์ใดเลย ไม่ใช่แรงงานในระบบ ไม่ใช่เกษตรกร และข้าราชการ //ขณะที่การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ หลังก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวจะช่วยเหลือ 15,000 บาทต่อครอบครัว ได้รับการชี้แจงว่า ยังไม่ได้ข้อยุติใดๆทั้งสิ้น จะมีมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสม แต่ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้คลอบคลุมและรัดกุม
ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า จากการแพ่ระบาดของโควิด-19 ไม่มีประเทศใดในโลก ที่จะมีงบประมาณดูแลประชาชนที่เดือนร้อนเพียงพอ ทุกประเทศต้องหันมาใช้การกู้ยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา หรือ สิงคโปร์ ก็ต้องกู้เงินเพื่อนำเงินมาดูแลประชาชนที่เดือดร้อน ซึ่งในส่วนของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าหนี้ของโลกจะสูงมากในปีนี้และปีหน้า แต่ก็ยังสนับสนุนให้แต่ละประเทศกู้เงินเพื่อมาดูแลประชาชน กระทรวงการคลังจึงได้เร่งออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้าน โดยวางแผนไม่เกินกลางเดือนพฤษภาคมนี้ จะสามารถกู้เงินได้ โดยกู้เงินล็อตแรกเยียวยา 6 แสนล้านก็ต้องมาก่อน เพื่อให้มีเงินมาสานต่อจากงบประมาณปกติ จะทำให้การช่วยเหลือไม่ขาดตอน ทั้งกลุ่มเยียวยา ดูแลท้องถิ่น และภาคการเงิน เป็นไปตามแผนงานการก่อหนี้
ทั้งนี้ ในส่วนของการให้เงินเยียวยาผลกระทบคนละ 5,000 บาท นายสมคิด ยืนยันว่า ไม่มีกลุ่มไหนถูกทอดทิ้ง แต่ขอให้คนที่ไม่เดือดร้อนเสียสละให้คนที่เดือนร้อนก่อน เพราะหากคนที่มีรายได้แล้วยังจะเอาอีก จะมีรัฐบาลไหนที่จะดูแลได้ครบทั้งหมด
“บิ๊กตู่” ยัน เงินเยียวยา 5,000 จ่ายครบ 3 เดือน