นี่คือเสียงของประชาชนบางส่วน ที่เดินทางไปยังกระทรวงการคลัง ที่วันนี้ มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยระบุว่าขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก และก็ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บาทไม่ผ่าน นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนายนายวรัญชัย โชคชนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และ นายธีระ เจียบุญหยก หัวหน้าพรรคคนงานไทย ที่เดินทางมายื่นหนังสือ ขอให้รัฐบาลทำการจ่ายเงินให้กับทุกคนที่อายุเกิน 20 ปี เพราะจะต้องมีสิทธิรับเงินเยียวยา 5,000 บาททุกคน ไม่ว่าอาชีพใด ส่วนวิธีการก็ได้ เสนอว่าให้เแสดงบัตรประจำตัวและสมุดบัญชีธนาคารเท่านั้น ไม่ต้องลงทะเบียนแก้ไขข้อมูลใหม่ พร้อมให้ทุกธนาคารจ่ายเงินไปก่อนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน
นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนจาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติพัฒนา เช่น นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ จากพรรคภูมิใจไทย นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช รวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือต่อนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
เสนอ 2 แนวทางให้ปรับเงื่อนไขการจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท แนวทางแรก ให้จ่ายเงินให้ประชาชนทุกคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และเป็นผู้มีเงินในบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนแนวทางที่สองคือ กลุ่มเกษตรกร ให้จ่ายเงินเยียวยาทุกครอบครัว ครัวเรือนละ 10,000 บาท โดยให้ตัดข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และตัดผู้มีอันจะกินออกไป ประเมินว่าจะเหลือประมาณ 12 ล้านครอบครัว พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงกรณีการกู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท ทั้ง 3 ฉบับให้ชัดเจน
ส่วนความคืบหน้ามาตรการเยียวยา 5,000 บาท ณ วันที่ 17 เมษายน 2563 มีการลงทะเบียนรวมทั้งสิ้น 23.5 ล้านคน (ก่อนหน้านี้พบมียอดลงทะเบียนรวม 28 ล้าน แต่บางส่วนลงซ้ำซ้อน) มีผู้ได้รับสิทธิในปัจจุบันอยู่ที่ 4.2 ล้านคน กลุ่มที่ต้องขอข้อมูลเพิ่ม 6.3 ล้านคน ได้เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว 4.4 ล้านคน และกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ 10.6 ล้านคน ซึ่งผู้ลงทะเบียนทุกประเภทจะได้รับ SMS ภายในสัปดาห์นี้
วิธีกดปุ่ม “ขอทบทวนสิทธิ์” หลังตรวจสอบสถานะwww.เราไม่ทิ้งกัน.com รับเงิน 5 พันบาท
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์และไม่เห็นด้วยกับผลการคัดกรอง สามารถขอทบทวนสิทธิ์ได้แล้วที่ www.เราไม่ทิ้งกัน.com (หัวข้อ ยื่นทบทวนสิทธิ์) โดยจะเปิดรับผ่านช่องทางออนไลน์นี้เท่านั้น ซึ่งยอดการขอทบทวนสิทธิ์วันนี้ (20 เมษายน 2563 ณ เวลา 12.00 น.) อยู่ที่ 7.4 แสนคน ซึ่งความผิดพลาดที่พบมาก คือ คำนำหน้าชื่อ นาย นาง นางสาว ยศตำแหน่ง / การสะกด สระเอ สระแอ และการกรอกรหัสที่อยู่หลังบัตรผิดพลาด ขอให้ตรวจสอบให้ถูกต้อง
ซึ่งนายลวรณ ยืนยันว่า ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ สามารถเข้ากระบวนการทบทวนสิทธิ์ได้ และหากผ่านการพิสูจน์สิทธิ์ จะทำการโอนเงินให้เร็วที่สุดภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์
นอกจากนี้นายลวรณ ชี้แจงต่อว่า กรณีผู้ขับรถแท็กซี่ หรืออาชีพที่มีใบประกอบวิชาชีพยืนยันได้จริง ไม่จำเป็นต้องให้ "ทีมผู้พิทักษ์สิทธิ์" ลงพื้นที่ไปตรวจสอบในพื้นที่ เพราะหลักฐานมีอยู่แล้ว รวมถึงกลุ่มนักศึกษา ก็ได้รับการยืนยันว่าสามารถลงทะเบียนทบทวนสิทธิ์ได้ ไม่ว่าจะศึกษาในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ก็มีสิทธิได้รับเงินเยียวยา หากเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพแล้วได้รับผลกระทบจริง ขณะที่พบบางกรณีระบบขึ้นข้อมูลว่า "อยู่ระหว่างการปรับปรุงสถานะ" กลุ่มนี้เป็นผู้ที่ผ่านเกณฑ์และต้องได้รับเงิน แต่มีหลายคนที่พบว่าบัญชีไม่ได้เคลื่อนไหวนานเกินเวลาที่ธนาคารกำหนด จึงนำเงินใส่เข้าระบบให้ไม่ได้
ทั้งนี้ หากผู้ที่ทำการทบทวนสิทธิ แล้วไปทราบผลในเดือนพฤษภาคม จะได้รับเงินทบไปทันทีเป็น 10,000 บาท ไม่ได้เสียสิทธิของเดือนเมษายนไปแต่อย่างใด
อัปเดตข่าวโควิด-19 (COVID-19) ล่าสุด 20 เม.ย. 63