เรมดิซิเวียร์ (Remdesivir) ยาที่คาดการณ์กันว่า เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการรักษา โควิด-19 ประสบความล้มเหลว เป็นหนึ่งในยาที่ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่าเป็นยาที่ “ดูมีอนาคต”
อัปเดตข่าวล่าสุด โควิด-19 (Covid-19) ในวงการฟุตบอล วันที่ 24 เม.ย. 63
เอกสารฉบับร่างโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การทดลองของจีนพบว่า ยาชนิดดังกล่าวไม่ได้ฟื้นฟูสภาวะของผู้ป่วย หรือลดการปรากฏของเชื้อ โควิด-19 ในกระแสเลือด
อย่างไรก็ตาม บริษัท กิเลียด ไซเอนส์ (Gilead Sciences) จากสหรัฐฯ ผู้อยู่เบื้องหลังยาดังกล่าว ออกมาบอกว่า เอกสารดังกล่าวเป็นการศึกษาที่ผิดพลาด
ต่อมา WHO ได้ลบรายงานดังกล่าวออกจากหน้าเว็บไซต์ และยืนยันว่าการอัพโหลดรายงานขึ้นเว็บไซต์เป็นความผิดพลาด
ทาริก ยาซาเรวิช (Tarik Jasarevic) โฆษกของ WHO กล่าวว่า “มีการจัดทำเอกสารฉบับร่างเกี่ยวกับยาเรมดิซิเวียร์โดย WHO และโพสต์ลงบนเว็บไซต์โดยไม่ตั้งใจ แต่ถูกนำออกทันทีที่พบข้อผิดพลาด ส่วนต้นฉบับจริงกำลังอยู่ในช่วงการตรวจสอบ และเรากำลังรอเวอร์ชันสุดท้าย”
องค์การเภสัชกรรม เพิ่มกำลังการผลิตยารักษา โควิด-19 จำนวน 5 รายการ
ภายในรายงานที่ผิดพลาดนั้นแสดงให้เห็นว่า ทีมวิจัยได้ศึกษาผู้ป่วย 237 ราย ซึ่งได้รับยาจริง 158 ราย นำมาเปรียบเทียบความก้าวหน้ากับ 79 รายที่เหลือซึ่งได้รับยาหลอก
จากการทดลอง 1 เดือน พบว่า ผู้ป่วยที่รับประทานยา 13.9% เสียชีวิต ส่วนผู้ที่ได้รับยาหลอกเสียชีวิต 12.8% การทดลองจึงหยุดลง และรายงานสรุปว่า “เรมดิซิเวียร์ไม่มีผลทางทางคลินิกหรือไวรัสวิทยา”
โฆษกของบริษัทกิเลียดออกมาโต้แย้งรายงานของ WHO “การทดลองถูกยกเลิกก่อน เนื่องจากจำนวนกลุ่มตัวอย่างมีน้อย ดังนั้นจึงไม่มีความหมายทางสถิติ เช่นนี้ผลการศึกษาจึงยังไม่สามารถสรุปได้ แม้ว่าแนวโน้มของข้อมูลจะบ่งชี้ถึงประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจาก เรมดิซิเวียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ”
นักวิทยาศาสตร์จีนพบโควิด-19 กลายพันธุ์ไป 33 สายพันธุ์
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุดสำหรับยา เรมดิซิเวียร์ และการทดลองต่อเนื่องหลายครั้งจะให้ภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ยาชนิดนี้
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิจัยในชิคาโกรู้สึกตื่นเต้นกับผลลัพธ์ของการทดลอง เรมดิซิเวียร์ ของกิเลียดในผู้ป่วย 125 ราย ซึ่งผู้ป่วยเกือบทั้งหมดได้ออกจากโรงพยาบาลภายใน 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การทดสอบดังกล่าวไม่มีกลุ่มยาหลอก นักวิจัยจึงไม่สามารถสรุปได้ว่า เรมดิซิเวียร์ เป็นยาที่มีประสิทธิภาพ และการที่ผู้ป่วยหายดีไม่ได้มาจากปัจจัยอื่น
สถานการณ์ของ เรมดิซิเวียร์ ที่ยังไม่มีความชัดเจนในแง่ของประสิทธิภาพ ทำให้นักวิทยาศาสตร์หลายสำนักมองว่า การให้ยาผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึ่งยังแปลกใหม่กับทั้งโลกนั้น เป็นเรื่องอันตราย
วัคซีนออกซ์ฟอร์ด ต้านโควิด-19 เริ่มทดสอบในมนุษย์
เปิดรายละเอียด 70 วัคซีนต้นแบบต้านโควิด-19
เรียบเรียงจาก BBC, The Guardian