เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2563 ผู้สื่อข่าวนรายว่า คลิปวิดีโอ เผยให้เห็น มี หญิง-ชาย สองคนกำลังเกาะรั้วบ้านหลังหนึ่ง ในซอยระนอง 2 ย่านพระราม 6 โดยมีท่าทีที่ดูเหมือนพยายามตะโกนสื่อสารกับคนด้านใน และเดินวนอยู่บริเวณหน้าบ้านอยู่หลายนาที เหตุการณ์นี้ เจ้าของบ้าน เล่าว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ช่วงเวลาดังกล่าวไม่อยู่บ้าน และฝนตกตั้งแต่เช้าจึงให้แม่บ้านเก็บ ตู้ปันสุข ไว้ในรั้วบ้านก่อนเพราะของในตู้หมด โดยที่ไม่ได้นำป้ายจุดตั้งตู้ออกจากหน้าบ้านจนปรากฏมีคนมารอรับของจำนวนหนึ่งตามคลิปสลับกับเดินเข้ามากกดกริ่ง และเกาะประตูรั้วตะโกนถามด้วยท่าทีที่ทำให้ตนรู้สึกถูกคุกคาม จึงเป็นสาเหตุให้ตัดสินใจจะยกเลิกการตั้ง ตู้ปันสุข หน้าบ้าน แต่ยืนยันว่าจะนำสิ่งของไปส่งมอบต่อให้ในจุดอื่น ๆ แทน
ขณะที่ นายสุภกฤษ กุลชาติวิจิตร ผู้ริเริ่มแนวคิดโครงการ ตู้ปันสุข ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย โดยมองว่าหากมีภาพด้านลบลักษณะนี้ออกมาเรื่อย ๆ อาจะเป็นการบั่นทอนกำลังใจของคนที่ตั้งใจช่วยเหลือผู้อื่น พร้อมกับ โดยเปรียบเหมือนนิทานเรื่องไข่ทองคำกับห่าน หากกอบโกยเกินความจำเป็นก็จะไม่ได้อะไรเลย
สำหรับการแก้ปัญหาซ้ำรอยกรณีดังกล่าว ตอนนี้โมเดล ตู้ปันสุข มี 2 โมเดล คือโมเดลชุมชน ที่คนในชุมชนจะต้องดูแลตู้กันเองและช่วยจัดระเบียบคนมารับ-ให้ของ หากพบเห็นคนทำพฤติกรรมไม่ดีก็ควรตักเตือน เพื่อให้สังคมอยู่ร่วมกันได้ ขณะที่อีกโมเดลเป็นแบบโรงทาน หรือ การตั้งหน้าบ้านเอง มีของลักษณะเดียวกันจำนวนมาก ก็ควรเขียนกติกาให้ชัดเจน เช่น เปิดตู้กี่โมงถึงกี่โมง จำกัดจำนวนชิ้น และมีคนดูแลตู้ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว
ชุลมุนวุ่น! ชาวบ้านแซงคิว แย่งของ“ตู้ปันสุข”
ขณะที่แนวคิดการตั้ง ตู้ปันสุข ถูกนำไปใช้ทั่วประเทศ และมีการแสดงความเห็นในหลากหลายแง่มุม มีกำนันตำบลหนองโสน จังหวัดตราด ซึ่งตั้งตู้แบ่งปันไว้หน้าบ้านมานานกว่า 2 ปี แล้วด้วยแนวคิดที่ต้องการแบ่งปันให้คนที่ขาดแคลน ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกันกับ ตู้ปันสุข ยอมรับว่า มีบ้างที่พบเห็นการกอบโกยเอาข้าวของไปในลักษณะมากเกินจำเป็น และเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก แต่ยืนยันว่า อย่างน้อยเมื่อมีคนมารับของไปจากตู้ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการให้แล้ว
กำนันตำบลหนองโสน กล่าวต่อว่า อยากให้ทุกคนที่ตั้งใจให้กับคนอื่นอย่าเพิ่งหมดหวังโดยเฉพาะในช่วงนี้ที่มีคนเดือดร้อนจำนวนมาก เขาบอกว่าการให้คือการให้ หากกังวลกับการหยิบฉวยมากเกินจำเป็นของคนเพียงบางคน บางกลุ่ม ก็อาจทำให้ผู้ที่เดือดร้อนไม่ได้รับการช่วยเหลือด้วย