เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2563 ข้าราชการคนนี้ นำเอกสารขอยกเลิกเป็นเกษตรกรแสดงกับทีมข่าวพีพีทีวี โดยเอกสารฉบับนี้ได้มาจากการไปติดต่อขอแก้ไขข้อมูลกับกรมปศุสัตว์ หลังพบว่าตนเองถูกสวมชื่อไปลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเกษตรกรจากสถานการณ์ โควิด-19 จำนวน 5,000 บาท ทั้งที่ไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน เพราะยึดอาชีพข้าราชการมาตลอด และรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์เพราะไม่เคยเป็นเกษตรกรเลย
โดยข้าราชการคนนี้ได้รับแจ้งจากเพื่อนว่าเมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเพื่อนไปเดินเรื่องปลดล็อกอาชีพเกษตรกรที่ศูนย์ดำรงธรรม เพราะเจอแบบเดียวกัน พอไปถึงเจ้าหน้าที่ยื่นแฟ้มให้และบอกว่าให้ดูชื่อและบ้านเลขที่ตัวเอง เพื่อนจึงเห็นชื่อของข้าราชการคนนี้อยู่ด้านบนชื่อของตัวเองอีกที
ทั้งนี้ข้อมูลระบุว่า ข้าราชการคนนี้เลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง 18 ตัว จึงรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลและสงสัยว่าทำไมรายชื่อถึงระบุข้อมูลว่าเป็นเกษตรกร และเมื่อไปติดตามขอยกเลิกสิทธิและสถานะการเป็นเกษตรกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างศูนย์ดำรงธรรมและปศุสัตว์อำเภอ ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่ไปบอกว่าให้ตามผู้ใหญ่บ้านมารับรอง หากต้องยกเลิกสถานะเกษตรกร แต่ข้าราชคนนี้ตัดสินใจไม่ทำตาม จนกระทั่งได้แบบฟอร์มมาให้กรอก เป็นแบบฟอร์มขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลและให้ระบุในแบบฟอร์มว่า ขอยกเลิกการเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง พอเจ้าหน้าที่ยกเลิกให้เธอได้รับเอกสารมา 2 แผ่น และให้นำเอกสารไปให้ปลัดอำเภอ พอไปพบปลัดอำเภอเจ้าหน้าที่บอกว่าในเมื่อแก้ไขข้อมูลแล้วเป็นอันเสร็จเรียบร้อย จึงกลับบ้านมาดูเอกสารดังกล่าว ในเอกสารระบุว่ามีรายชื่ออยู่ในรหัสทะเบียนเกษตรกร ขึ้นทะเบียนเกษตรกรเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2559 ซึ่งเธอไม่เคยขึ้นทะเบียนเกษตรกร และมีรูปเล้าไก่ในเอกสาร ซึ่งเป็นเล้าไก่ของใครไม่รู้ อีกทั้งบ้านเลขที่ที่ระบุในเอกสารเธอย้ายออกมาเมื่อปลายปี 2559
นอกจากนี้เอกสารฉบับดังกล่าวยังระบุตำแหน่งโรงเลี้ยงไก่ จึงนำตำแหน่งไปค้นหาในแผนที่กูเกิ้ล พบว่าเป็นถนนเส้นสุพรรณบุรี-ชัยนาท พิกัดโรงเลี้ยงไก่อยู่กลางถนน 4 เลน จึงมั่นใจว่าข้อมูลไม่ชอบมาพากล และเชื่อว่าถูกนำข้อมูลไปแอบอ้าง
ข้าราชการคนนี้ กล่าวต่อว่า มีผู้ถูกสวมชื่ออีกหลายคน บางคนเป็นแม่ค้าก็ถูกสวมชื่อว่าเป็นเกษตรเลี้ยงไก่เช่นกัน ซึ่งตอนนี้ได้แจ้งยกเลิกข้อมูลทะเบียนเกษตรกรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรียบร้อยแล้ว