ชาวเม็กซิกันพากันลุกฮือด้วยความโกรธเคือง หลังจากพบชายคนหนึ่งถูกตำรวจทุบตีจนเสียชีวิต หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพราะไม่สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะช่วงโควิด-19 ระบาด
อัปเดตข่าว โควิด-19 (Covid-19) ในวงการฟุตบอล ล่าสุด วันที่ 5 มิ.ย. 63
เย็นวานนี้ (5 มิ.ย. 63) การประท้วงต่อต้านตำรวจปะทุขึ้นที่เมืองกัวดาลาฮารา (Guadalajara) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศเม็กซิโก
ผู้ประท้วงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกทำเนียบรัฐบาล เผารถลาดตระเวน และวาดกราฟฟิตีบนอาคาร
ผู้ประท้วงคนหนึ่งเทของเหลวที่ติดไฟได้ที่ด้านหลังของรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจ และจุดไฟเผา ทำให้ตำรวจปราบปรามผู้ประท้วงด้วยกระบองและยิงแก๊สน้ำตาใส่พวกเขา
ขนวนเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 63 จิโอวานนี โลเปซ (Giovanni López) ช่างปูนวัย 30 ปี ถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเทศบาลในเมืองอิกซต์ลาฮัวกัน เดอ ลอส เมมบริลลอส (Ixtlahuacán de Los Membrillos) ใกล้เมืองกัวดาลาฮารา
วิดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมปืนไรเฟิลจู่โจม บีบบังคับให้โลเปซขึ้นรถตำรวจขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์ขอร้องให้ปล่อยตัวเขา
“แค่ไม่สวมหน้ากากไม่ใช่เหรอ?” พยานคนหนึ่งถาม แต่เจ้าหน้าที่ตอบว่า “เขาต่อต้านการจับกุม”
ญาติของโลเปซเดินทางไปหาเขาที่สถานีตำรวจ แต่มีคนบอกว่าเขาถูกพาไปที่โรงพยาบาลสาธารณะในกัวดาลาฮารา เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ครอบครัวกลับพบศพของโลเปซแทน
จากผลการชันสูตรผลว่า มีบาดแผลจากกระสุนอยู่ที่บริเวณเท้าของเขา ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากศรีษะถูกกระแทกด้วยของแข็ง
โลกออนไลน์เม็กซิกันเกิดแฮชแท็ก #JusticiaParaGiovanni พร้อมข้อความ “จิโอวานนี่ไม่ได้ตาย ตำรวจฆ่าเขา”
ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กเตือน ประท้วงได้ แต่ต้องตรวจโควิด-19 ด้วย
เมืองที่เกิดเหตุอยู่พื้นที่รัฐฮาลิสโก (Jalisco) ซึ่งผู้ว่าการรัฐ เอ็นริเก อัลฟาโร (Enrique Alfaro) ได้ประกาศใช้มาตรการที่เข้มงวด บังคับให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งในที่สาธารณะท่ามกลางการระบาดของโควิด-19
ก่อนหน้านี้ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนได้เตือนว่า มาตรการรับมือโควิด-19 ของอัลฟาโรเป็นเหมือนคำเชิญให้ตำรวจทำร้ายร่างกายประชาชนได้
อัลฟาโรสัญญาว่าจะทำการสอบสวนอย่างละเอียด แต่อัยการรัฐเจอราร์โด อ็อกตาเวีย โซลิส (Gerardo Octavio Solís) กล่าวว่า การจับกุมที่รุนแรงดังกล่าว เกิดจากการตอบโต้ “พฤติกรรมที่ก้าวร้าวของผู้ถูกจับกุม” มากกว่าที่จะเกิดจากเพียงเพราะไม่สวมหน้ากากอนามัย ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเล่า
เพื่อนบ้านของโลเปซบอกกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า ตำรวจท้องที่จับกุมและกักตัวผู้ละเมิดมาตรการโควิด-19 ด้วยความรุนแรงและหยาบกระด้างมาตลอด
ทรัมป์แชร์จดหมายที่เรียกผู้ประท้วงอย่างสันติว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย”
ทอม ลอง (Tom Long) ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยชาวเม็กซิกันที่มหาวิทยาลัยวอร์วิก (University of Warwick) กล่าวว่า การรักษาความมั่นคงภายในเม็กซิโกได้เปลี่ยนมาใช้กำลังทางทหารมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก “ปัญหาสงครามกับยาเสพติด” ในประเทศ
ลองกล่าวเสริมว่า กองทัพเม็กซิกันจำนวนมากได้รับการฝึกอบรมจากสหรัฐฯ “การทำสงครามเป็นสูตรสำหรับความรุนแรงของตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีทรัพยากรทางการเงินและทางสังคมน้อยที่สุดมักได้รับความรุนแรงที่เรียกร้องไม่ได้”
นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงกล่าวว่า การประท้วงตามท้องถนนเพื่อต่อต้านความรุนแรงของตำรวจไม่น่าจะเกิดขึ้นไปทั่วทั้งเม็กซิโกอย่างที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากความขุ่นเคืองที่กระทำกับคนจนมักจะล้มเหลวในการระดมมวลชนหมู่มาก
ฟรานซิสโก ริวาส (Francisco Rivas) ผู้อำนวยการหน่วยสังเกตการณ์พลเมืองแห่งชาติ ซึ่งคอยตรวจสอบปัญหาด้านความปลอดภัยในประเทศ กล่าวว่า “น่าเสียดายที่มีคนเพียงไม่กี่คนที่สนใจเกี่ยวกับสิทธิของคนจนที่ถูกละเมิดในประเทศเช่นเรา”
เมื่อเทียบกับสถานการณ์การประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมให้ จอร์จ ฟลอยด์ ในสหรัฐอเมริกา ริวาสบอกว่า “อเมริกันชนมักออกมาตอบโต้เป็นหนึ่งเดียวกันเมื่อพวกเขารู้สึกว่าถูกทำร้าย แต่ที่นี่ ไม่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เมื่อมีการละเมิดเกิดขึ้นที่นี่”
สหรัฐฯ จับม็อบกว่า 10,000 คน ประท้วงผิวสีลุกลามหนัก
ผลชันสูตรเผย “จอร์จ ฟลอยด์” ติดเชื้อโควิด-19
1 สัปดาห์แห่งความโกรธแค้น เกิดอะไรขึ้นบ้างในคดี “จอร์จ ฟลอยด์”
เรียบเรียงจาก The Guardian
วิดีโอจาก Sergio Beltrán-García (@ssbeltran)