​"วิษณุ" แจงปมแก้ไขร่าง รธน. 7 ประเด็น เดินหน้าทำประชามติ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"วิษณุ" แจงการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเป็นไปเพื่อให้สอดคล้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยไม่ได้เปิดช่องให้เฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้ามาร่วมงาน


นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฏหมาย เปิดเผยถึงการแก้ไข 7 ประเด็นในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ว่าเป็นการดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และเพื่อให้เอื้อต่อการสร้างความปรองดองและการปฏิรูป


ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าการเปิดช่องให้ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งสามารถกลับมาดำรงตำแหน่ง สนช.ได้นั้น จะเป็นการเปิดทางให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช. เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี โดยการแก้ไขประเด็นนี้ไม่ใช่การเปิดช่องให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่เปิดช่องให้ทุกคนที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ด้วย และไม่ใช่เพียงแต่ตำแหน่งรัฐมนตรีเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึง สปช. สนช. และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หากได้รับเลือกและเต็มใจ


ส่วนการแก้ไขเรื่องการทำประชามติให้สามารถถามคำถามอื่นๆได้ เนื่องจากมองว่ากว่าจะถึงขั้นตอนการทำประชามติยังเหลือเวลากว่า 6 เดือน ซึ่งในระหว่างนั้นอาจมีเหตุการณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น การปรับแก้ไขจึงเป็นไปเพื่อการเตรียมความพร้อมในอนาคต


อย่างไรก็ตาม นายวิษณุยังปฏิเสธแนวคิดนำรัฐธรรมนูญฉบับใดมาใช้ก็ได้ในกรณีที่การทำประชามติไม่ผ่าน แม้จะเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถทำได้แต่เร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้


ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 7 ประเด็น ถูกเปิดเผยผ่านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ภายหลังการประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติเมื่อวานนี้ และทำให้เห็นหลายประเด็นที่มีนัยยะสำคัญต่อแนวทางการปฏิรูปประเทศ ไปจนถึงประเด็นต่างๆทางการเมือง





ประเด็นแรก คือการแก้ไขให้ยกเลิกข้อห้าม "ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง" เป็น สนช. กรรมการอื่น หรือคณะรัฐมนตรี ทำให้จะมีกลุ่มคนที่เคยถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองมีโอกาสเข้ามาทำงานร่วมกับรัฐบาลในตำแหน่งที่เทียบเท่ากับ สนช. ซึ่งหมายถึงกรรมการต่างๆ รวมไปถึงโอกาสในการเข้ามาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนกลุ่มนี้ที่เห็นชัดๆ คือ กลุ่มสมาชิกบ้านเลขที่ 111 หรือกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเดิม และสมาชิกบ้านเลขที่ 109 ประกอบด้วยกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งขณะนี้ก็มีหลายฝ่ายเริ่มพูดถึงโอกาสที่จะมีอดีตรัฐมนตรีบางคนกลับมาเป็นรัฐมนตรีกันบ้างแล้ว แต่การยกเลิกข้อห้ามนี้ไม่รวมถึงกลุ่มที่ถูกถอดถอนด้วยคดีทุจริต เช่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ หรือแม้แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร





ประเด็นที่สอง คือเงื่อนเวลาในการทำงานตั้งแต่การยกร่างรัฐธรรมนูญที่จะขยายเวลาในการแก้ไขให้กับกรรมาธิการยกร่างเพิ่มเป็น 90 วัน และเผื่อเวลาในการแจกจ่ายรัฐธรรมนูญให้กับประชาชน 19 ล้านครัวเรือน ซึ่งคาดว่าจะออกเสีงประชามติรอบแรกได้ประมาณต้นปีหน้า





ข้อความสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวครั้งนี้อยู่ในข้อที่ 4 ซึ่งมีข้อความที่ชวนให้ตีความ คือในประชามติสามารถตั้งคำถามถาม "ประเด็นอื่น" นอกจากรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญได้ จากข้อความนี้คำว่า "ประเด็นอื่น" ถูกตั้งคำถามว่าอาจจะเป็นการเปิดช่องให้การทำประชามติ มีการตั้งคำถามที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาในการบริหารประเทศของรัฐบาลต่อไปหรือไม่





ข้อแก้ไขที่น่าสนใจอีกหนึ่งข้อคือ การจะยุบสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และตั้ง "สภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ" จำนวนไม่เกิน 200 คนมาทำหน้าที่แทน ซึ่งอาจเป็น สปช.เดิมหรืออาจเป็นบุคคลที่มาจากข้อ 1 ก็ได้ โดยนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งได้เลย สภาใหม่นี้มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเท่านั้น ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่อาจเป็นสภาที่มีบทบาทในการแสดงให้เห็นถึงการรวมตัวของสายการเมืองต่างๆ ตามแนวทางปรองดอง





อีกประเด็นที่มีการแก้ไขคือกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ปัจจุบันมี 36 คน ถ้าสิ้นสุดลงจะตั้งใหม่ เป็น "กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ" 21 คน ซึ่งเช่นเดียวกับข้ออื่นๆ คือ อาจเป็นคนเดิมหรือบุคคลที่เคยถูกตัดสิทธิทางการเมืองก็ได้ รวมทั้งมีข้อความี่สำคัญคือถ้ารัฐธรรมนูญนี้ไม่ผ่านประชามติ สามารถนำรัฐธรรมนูญฉบับใดก็ได้มาประกาศใช้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ