จอร์จ ฟลอยด์ ผู้ปลุกย่าน U Street ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ย่าน U Street วอชิงตัน ดีซี แหล่งรวมวัฒนธรรมของชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ซึ่งกรณีของ จอร์จ ฟลอยด์ ซึ่งเสียชีวิตในระหว่างถูกจับกุม ทำให้ย่านนี้ถูกกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ซึ่งเป็นเหมือนภาพสะท้อนอดีตของความขัดแย้งระหว่างผิวสี

ย่าน U Street เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมของชาวแอฟริกัน-อเมริกันแห่งสำคัญ มีสถานบันเทิง โรงละคร Lincoln Theatre ไปจนถึงร้านอาหารชื่อดังอย่าง Ben’s Chili Bowl

ในปี 1968 เกิดการจลาจลในกรุงวอชิงตัน และอีกหลายเมืองในสหรัฐฯ หลังการลอบสังหารผู้นำด้านสิทธิมนุษยชน มาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์ ได้สร้างบาดแผลให้กับ ชาวแอฟริกัน-อเมริกัน เป็นเวลาหลายสิบปี แต่ธุรกิจบนถนน U Street ซึ่งส่วนใหญ่มีเจ้าของเป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ยังคงเปิดอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งครั้งหนึ่งย่านนี้เคยรู้จักกันในชื่อ "Black Broadway" ที่เจริญรุ่งเรืองมากในช่วงศตวรรษที่ 20  และเหตุการณ์ของ จอร์จ ฟลอยด์ ก็เป็นเหมือนการสะกิดบาดแผล และความทรงจำขึ้นอีกครั้ง

เข่ากดคอ วิธีจับกุมสุดโหดของตำรวจสหรัฐฯ

"มันทำให้ฉันเศร้า ที่รู้ว่าลูกชายและลูกสาวของเรากำลังต่อสู้กันในวันนี้เพื่อสิทธิแบบเดียวกับที่เราได้ต่อสู้มาเมื่อ 52 ปีก่อน พวกเขากำลังต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานแบบเดียวกับที่เราเคยต่อสู้” เวอร์จิเนีย อาลี อายุ  86 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งร้าน Ben’s Chili Bowl กล่าว ร้านของเธออยู่บน U Street และเป็นธุรกิจเดียวที่ได้รับอนุญาตให้เปิดบริการในช่วงที่มีเคอร์ฟิวเมื่อปี 1968

“ร้านของเราต้อนรับทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจนถึงนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นเหมือนสถานที่อันปลอดภัยที่สุดในช่วงนั้น” อาลี อธิบาย

ที่นี่มีเมนูเบอร์เกอร์และมันฝรั่งทอดที่ขึ้นชื่อ กำแพงด้านนอกร้านมีภาพสตรีทอาร์ท ซึ่งร้านแห่งนี้เคยต้อนรับ อดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา มาแล้ว

1 สัปดาห์แห่งความโกรธแค้น เกิดอะไรขึ้นบ้างในคดี “จอร์จ ฟลอยด์”

 “การจลาจลครั้งนั้น ทำให้อาคารหลายร้อยแห่งในวอชิงตันถูกเผาทำลาย ย่านอื่นๆ ใกล้เคียงอยู่ในสภาพเศรษฐกิจตกต่ำและใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะฟื้นตัว”  เจน เลอวีย์ จากสมาคมประวัติศาสตร์แห่งวอชิงตันดี.ซี. อธิบาย

ขณะที่ ริค ลี หนึ่งในผู้ทีผ่านเหตุการณ์เมื่อปี 1968 เล่าว่า

“ผมกอดกับแม่อยู่ในร้าน Winifred เพื่อหลบจากกระสุนปืนพร้อมกับอธิษฐานขอให้พระเจ้ารักษาชีวิตของพวกเรา” ริค ลี บุตรชายของผู้ร่วมก่อตั้ง William William ใน U Street เล่าถึงประสบการณ์เฉียดตายเมื่อปี 1968

25 เมืองใหญ่ทั่วสหรัฐฯ ประกาศเคอร์ฟิว คุมประท้วง “จอร์จ ฟลอยด์” หลังเริ่มบานปลาย

“คงจะเป็นหายนะถ้ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับร้านในตอนนั้น” ลี ในวัย 77 ปี กล่าวทิ้งท้ายซึ่งในเวลาต่อมา ครอบครัวของเขาซื้ออาคารหัวมุมถนน U Street หลังจากที่ผ่านมาเช่าอยู่มาหลายศตวรรษ ธุรกิจของลี และอีกหลายแห่ง ติดป้าย“ Soul Brothers” บนหน้าต่างร้านเพื่อแสดงจุดยืนต่อกรณี จอร์จ ฟลอยด์

คนดังสหรัฐฯ ไว้อาลัย “จอร์จ ฟลอยด์” ประท้วงเหยียดสีผิว

การประท้วงที่เกิดขึ้นวอชิงตันกรณีของ จอร์จ ฟลอยด์  ซึ่งทำให้สมาชิกครอบครัวอาลีและลี มีทั้งความเศร้าและความหวัง

“ฉันดีใจมากที่คนหนุ่มสาวลุกขึ้น และผู้ประท้วงในวันนี้มีความหลากหลายทางเชื้อชาติมากกว่าในปี 1968" ” Stacie Lee Banks ลูกสาวของ ริค ลี บอก

บาดแผลและรอยร้าวยังคงอยู่เช่นเดียวกับ ชาวแอฟริกัน-อเมริกันและธุรกิจบน U Street ที่ผ่านเรื่องราวต่างๆในอดีตและอยู่รอดมาได้ ทั้งสงครามยาเสพติดที่ระบาดอย่างหนักในช่วง ปี 1970 และ 1980 ทั้งเฮโรอีน โคเคน และมันก็ยังอยู่ได้ด้วย

“ฉันยังคงหวังที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เปิดกว้างในสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการแบ่งแยกเชื้อชาติ ผิวสี  ซึ่งมีทิศทางที่ดีขึ้นก่อนที่ฉันจะจากโลกนี้ไป” เวอร์จิเนีย อาลี อายุ  86 ปี กล่าวทิ้งท้าย

ผู้คนในหลายประเทศทั่วโลกร่วมประท้วงการตายของ “จอร์จ ฟลอยด์”

เรียบเรียงจาก : reuters

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

สารพัดมิตร

สารพัดมิตร

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ