อ่านเกมแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว จับตาอนาคต คสช. (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ทันทีที่ผลการประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สรุปออกมาว่าเห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวรวม 7 ประเด็น เสียงวิจารณ์ก็ตามมาทันทีว่าเป็นการ "ปูทางสืบทอดอำนาจ" หรือไม่ แต่จากการวิเคราะห์ของทีมงาน "เป็นเรื่อง เป็นข่าว" พบบริบททางการเมืองที่มากกว่านั้น


หากพิจารณา 7 ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวจะพบว่ามีปมที่น่านำมาวิเคราะห์ต่อถึงผลที่จะเกิดขึ้นรวม 4 ประเด็น กล่าวคือ

1. แก้คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จากต้องไม่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็น "ไม่อยู่ระหว่างเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง" ประเด็นนี้มองได้ว่าเป็นการเปิดทางให้ผู้ที่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าตัดสิทธิทางการเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากกรณีถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองในอดีตและพ้นโทษแล้วได้มีโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ ทั้ง สนช. สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะรัฐมนตรี เพราะคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ สนช. คือคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและ สปช.ด้วย

ฉะนั้นนักการเมืองที่เคยสังกัดบ้านเลขที่ 111 คือพรรคไทยรักไทยในอดีต บ้านเลขที่ 109 คือพรรคชาติไทย ชาติพัฒนา และมัชฌิมาธิปไตยที่ถูกยุบไปแล้ว และพ้นโทษแล้ว มีโอกาสเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี สนช. รวมทั้ง สปช.ได้

แต่หลายฝ่ายประเมินว่าน่าจะ "ล็อคเป้า" ที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ซึ่งปัจจุบันช่วยงานด้านเศรษฐกิจให้ คสช.อยู่เป็นหลัก และผลที่จะตามมาก็คือหลังแก้รัฐธรรมนูญเรียบร้อยน่าจะมีการปรับ ครม. หลักๆ อยู่ที่ทีมเศรษฐกิจ ส่วนคนบ้านเลขที่ 111 และ 109 จะได้เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ หรือไม่ จะเป็นตัวบ่งบอกทิศทางการสร้างบรรยากาศความปรองดองต่อไป

2. ขยายเวลาให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทำงานต่อไม่เกิน 90 วัน และถ้าคณะกรรมาธการยกร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ให้ตั้ง "คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ" จำนวน 21 คนรับหน้าที่แทน แต่ไม่ปิดกั้นกรรมาธิการชุดเดิมเข้าดำรงตำแหน่ง ประเด็นนี้มองได้ว่าเป็นการลดแรงกดดันการทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็เป็นการรักษาน้ำใจของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ด้วย เพราะเดิมรัฐธรรมนูญชั่วคราวเขียนไว้ชัดว่าหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ผ่านความเห็นชอบจาก สปช. การทำหน้าที่ของคณะกรรมธิการยกร่างฯ ก็ต้องสิ้นสุดลง โดยจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการฯ ชุดใหม่ และห้ามชุดเก่าเข้ามาทำหน้าที่อีก แต่ตามแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวกลับเปิดทางให้คณะกรรมาธิการฯ ชุดเดิมกลับมาเป็นคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ได้ ถือว่าเป็นการรักษาน้ำใจบุคลากรที่ช่วยงาน คสช.

3. หลัง สปช.ลงมติร่างรัฐธรรมนูญ ให้ถือว่าภารกิจสิ้นสุดแล้วยุบ สปช. จากนั้นตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมีสมาชิกไม่เกิน 200 คน ประเด็นนี้จะคล้ายๆ กับกรณีของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะ สปช.ก็ถูกวิจารณ์การทำหน้าที่อย่างหนักจากหลายฝ่ายเช่นกันและยังไม่มีผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรม การยุบ สปช.อาจโดนใจใครหลายคน แต่ คสช.ก็ยังรักษาน้ำใจคนทำงานด้วยการตั้ง "สภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ" ขึ้นมาให้ทำงานต่อ โดยเปิดทางให้ สปช.หน้าเดิมเข้ามาอยู่ในสภาชุดนี้ได้ด้วย

4. ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญหลัง สปช.ให้ความเห็นชอบ เปิดให้ตั้งคำถามอื่นเพิ่มเติมได้นอกจากเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยประเด็นนี้มองได้ 2 แง่ คือหากมองในแง่ร้ายก็เท่ากับเป็นการต่ออายุรัฐบาลและ คสช.ออกไปอีกอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อดำเนินกระบวนการจัดทำประชามติ ซึ่งหลายคนวิจารณ์ในแง่ร้ายว่าเป็น "การสืบทอดอำนาจ" แต่หากมองในแง่ดีก็เท่ากับ คสช.รับฟังความเห็นของสังคม โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่ไม่พอใจกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ การทำประชามติจึงเป็นทางออกที่ดีด้วยการคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสิน

การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้แม้จะเป็นรัฐธรรมนูญชั่วคราวและใช้เวลาแก้ไม่มาก เพียงไม่เกิน 1 เดือน แต่ผลของมันดูจะสะเทือนถึงทิศทางและโรดแมพการเมืองไทยเลยทีเดียว!

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ