เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2563 อาคารไม้เก่าแก่ อายุ 127 ปี ถูกทุบทำลายทิ้ง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์และเคลื่อนไหวของภาคีเครือข่ายอนุรักษ์เมืองเก่าแพร่ ด้วยการร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงค์ธรรมจขอให้ระงับโครงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารศูนย์เรียนรู้ป่าไม้ สวนรุกขชาติเชตะวัน ที่บริเวณชุมชนเชตะวัน ริมแม่น้ำยม
ตัวแทนชาวบ้าน ระบุว่า อาคารศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ อาคารเรือนไม้ 2 ชั้น สถาปัตยกรรมแบบอาณานิคมประยุกต์ อายุ 127 ปี ถือเป็นอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของชาวจังหวัดแพร่ มาหลายชั่วอายุคน แต่ในการปรับปรุงซ่อมแซม กลับมีการรื้อทำลาย โดยปราศจากการศึกษา หรือใช้หลักวิชาการในการอนุรักษ์ฟื้นฟูอาคารที่ถูกต้อง และไม่สอดคล้องกับนโยบายในการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าแพร่ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับโครงการทันที และให้เปิดเผยข้อมูลโครงการทั้งหมด รวมทั้งตรวจสอบหาผู้รับผิดชอบในการรื้อถอนทำลายอาคารประวัติศาสตร์ และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูและพัฒนาสวนรุกขชาติ
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ซึ่งรับเรื่องร้องเรียนและลงพื้นที่บริเวณโครงการดังกล่าว ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าว แม้จะเป็นโครงการที่เสนอไว้ก่อนหน้านี้ แต่ก็ยืนยันว่า ได้สั่งการมอบหมายให้มีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เช่นเดียวกับให้มีคณะทำงานร่วมกันระหว่างส่วนหงานต่าง ๆ ภาคเอกชน ตลอดจนภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ในการรื้อถอน เพื่อปรับปรุงอาคารหลังนี้ มีข้อกำหนดให้รูปแบบอาคารหลังแล้วเสร็จต้องมีโครงสร้างตามแบบเดิม
สำหรับบริษัท บอมเบย์ เบอร์มา เทรดดิ้ง เป็นบริษัทสัญชาติอังกฤษเริ่มทำธุรกิจค้าไม้ในประเทศเมียนมาร์ เพื่อส่งออกไม้ไปยังจีน อินเดียซึ่งใช้ไม้สักในการต่อเรือ ในภายหลังเริ่มเข้ามาทางภาคเหนือของไทย เนื่องจากป่าไม้ยังอุดมสมบูรณ์ และค่าสัมปทานถูกกว่าในเมียนมาร์ โดยเข้ามาทำไม้ในเมืองแพร่ตั้งแต่ ปีพ.ศ.2432 ได้รับสัมปทานทำไม้ในบริเวณป่าแม่น้ำยมตะวันตก และได้สร้างอาคารสำนักงานดังกล่าว ถึงปัจจุบันมีอายุราว 127 ปี ตั้งอยู่ที่บริเวณท่าน้ำบ้านเชตวัน อ.เมืองจังหวัดแพร่ สันนิษฐานว่าบริเวณท่าน้ำบ้านเชตวันในอดีตเป็นที่พักไม้ที่ล่องมาทางเหนือแม่น้ำก่อนล่องตาม แม่น้ำยมลงไปจนถึงกรุงเทพ ก่อนแปรรูปต่อที่โรงงานก่อนขึ้นเรือส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ต่อมาหลังหมดสัญญาสัมปทานป่าไม้แล้ว บริษัทได้ยกอาคารดังกล่าวให้กับรัฐ