ทำให้ต้องรอลุ้นคืนนี้ (19 มิ.ย.) แม่ช้างป่าห้วยขาแข้งออกมารับลูกช้างพลัดหลงหรือไม่ ขณะที่ทีมคชสารเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งพร้อมทีมสัตวแพทย์ประจำจุดเฝ้าระวังความปลอดภัยลูกช้าง 24 ชั่วโมง และหากย้อนไปดูปฏิบัติการณ์ส่งลูกช้างน้อยคืนสู่ป่า ตลอดวันที่ 18 มิ.ย.พบว่า
เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี พร้อมทีมงานนักวิจัย นายสัตวแพทย์ ดร. ศุภกิจ พินิจพรสวรรค์ ผอ.ส่วนสารสนเทศด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า และผู้เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันปฎิบัติการเคลื่อนย้ายลูกช้างพลัดหลง จากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ไปยังคอกเตรียมปล่อยในป่าบริเวณห้วยน้ำขุ่น
โดยเริ่มจากนายธนิตย์ หนูยิ้ม ผอ. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12(นครสวรรค์) นำเจ้าหน้าที่จุดธูป บอกเจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่า เจ้าเขา ขอบารมีหลวงพ่อเดิม หลวงพ่อเงิน หลวงปู่ศุข และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ปกป้องคุ้มครองลูกช้างให้แม่มารับอย่างปลอดภัย
จากนั้นได้หลอกล่อลูกช้างเข้าสู่กล่องซึ่งดูเหมือนลูกช้างจะรู้ว่าจะถูกนำไปที่อื่นจึงพยายามหนีและร้อง แต่สุดท้ายหลังยอมเข้ากล่อง เจ้าหน้าที่จึงได้ย้ายขึ้นรถ แล้วขับเข้าไปในป่าลึกตามเส้นทางตรวจการ ตรงไปสู่คอกเตรียมปล่อยจุดห้วยน้ำขุ่น ระยะทาง 9 กิโลเมตร ถึงเวลา 15.39 น. ใช้เวลาเดินทางรวม 1 ชั่วโมงพอดี
เมื่อถึงจุดลง ลูกช้างร้องแบบงอแงเสียงดังมาก แต่หลังจากเจ้าหน้าที่เปิดประตูฝากล่องออก ลูกช้างอารมณ์ดี และเดินลงจากรถด้วยตนเอง แล้วเดินเข้าคอกเตรียมปล่อย โดยไม่ส่งเสียงร้องใดๆ มารอลุ้นกันว่าคืนนี้ แม่ช้างจะมารับลูกช้างพลัดหลง หรือไม่
สำหรับการเฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับลูกช้าง ได้จัดชุดทีมคชสาร ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จำนวน 4 คน ทำหน้าที่คอยเฝ้าระวังความปลอดภัยให้ลูกช้าง โดยได้ทำห้างพักบนต้นไม้ ห่างจากคอกเตรียมปล่อยประมาณ 50 เมตร ใช้เป็นที่พักในการเฝ้าระวัง และจัดชุดเจ้าหน้าที่สำรอง และทีมงานสัตวแพทย์ รวม 10 คน ตั้งแคมป์ห่างจากคอกเตรียมปล่อยประมาณ 600 เมตร ไว้คอยสนับสนุน
ในส่วนของการติดตาม หากมีแม่ช้างมารับไป ดร. ศุภกิจ พินิจพรสวรรค์ ได้ติดตั้งวิทยุติดตามตัว รัดไว้ที่ขาหลังด้านขวา ซึ่งประมาณว่า ไม่เกิน 2 เดือน ผ้าเทปที่พันไว้จะหมดสภาพ วิทยุติดตามตัวจะหลุดออกมาเอง แล้วเจ้าหน้าที่จะตามไปเก็บนำมาใช้ได้อีกต่อไป
ต่อมาเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่จะให้นมลูกช้างอีกครั้ง แล้วจากนั้นจะงดให้นม เพื่อให้ลูกช้างส่งเสียงร้องเรียกหาฝูงแม่ ซึ่งคืนแรกมีการส่งเสียงหากันเป็นระยะๆ แต่แม่ยังไม่มารับ ต้องรอลุ้นคืนนี้กันต่อไป
ภาพ/ข้อมูล เฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช