1.เขื่อนจุฬาภรณ์ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ
ถือว่าเหลือน้อยที่สุดในรอบ 10 ปี สำหรับน้ำในเขื่อนจุฬาภรณ์ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ที่มีปริมาณน้ำกักเก็บเพียง 10 ล้านลูกบาศก์เมตร และหากไม่มีฝนตกและน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มเติม คาดว่าน้ำจะหมดภายในปลายเดือนมิถุนายนนี้ คือสถานการณ์นายวิวัฒน์ แสงเพิ่ม หัวหน้ากองโรงไฟฟ้าเขื่อนจุฬาภรณ์ เปิดเผยและแจ้งเตือนไปยังเกษตรกรในพื้นที่
2.สำนักชลประทานที่ 8
ภาคอีสานตอนล่าง ที่จังหวดนครราชสีมา สำนักชลประทานที่ 8 ประกาศเตือนชาวนานอกเขตพื้นที่ชลประทาน ห้ามทำนาอย่างเด็ดขาด ถ้าไม่แหล่งเก็บน้ำสำรองในพื้นที่ทำการเกษตรของตัวเอง เพราะขณะนี้มีคำสั่งให้โครงการส่งน้ำทุกแห่งในพื้นที่ของจังหวัดหยุดการจ่ายน้ำเพื่อทำการเกษตร เพราะจำเป็นต้องจัดสรรน้ำที่เหลือไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคเท่านั้น
3.เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิตก็ขอดแห้ง
ขณะที่ในพื้นที่ภาคเหนือ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิต ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แตกต่าง นายบุณยลักษณ์ ฉลองสัพพัญญู ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า หากไม่มีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่ม น้ำที่เหลืออยู่จะใช้ได้เพียง 50 วัน เพราะเวลานี้ จำเป็นต้องปล่อยน้ำให้ชาวนาที่ปลูกข้าวไปแล้วกว่า 3 หมื่น 5 พันไร่ เพื่อไม่ให้ผลผลิตเสียหาย
4.แม่น้ำเจ้าพระยาในภาคกลาง
ขณะที่ในพื้นที่วิฤตหนักที่สุด อยู่ที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในภาคกลาง ซึ่งคาดการณ์ว่า เกษตรกรปลูกข้าวไปแล้วกว่า 2 ล้านไร่ และล่าสุดเริ่มเสียกายจากการขาดน้ำแล้ว
5.สำนักชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท
จังหวัดชัยนาทประกาศว่า ไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องของชาวนาหลายจังหวัดที่กดดันให่ปล่อยนน้ำทำการเกษตรได้ เนื่องจากน้ำเหลือใช้ได้เพียงอีก 20 วัน พร้อมขอความร่วมมือให้ชาวนาแถบนี้ชะลอการทำนาปีออกไปอีก 2 เดือน เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งจากการแย่งชิงน้ำ