สถานการณ์การเจรจาระหว่างชาวบ้านอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก กับเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน เพื่อหาทางระบายน้ำท่วมออกจากพื้นที่ยังคงตึงเครียด หลังนายวิรวัฒน์ ผสมทรัพย์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ พยายามเข้าเจรจากับชาวบ้านอีกครั้ง แต่กลับเกิดความไม่พอใจ มีเสียงด่าทอ ก่อนชาวบ้านจะปิดถนน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาช่วยเจรจา
ต่อมา นายวิรวัฒน์ได้ข้อสรุปเบื้องต้นให้ทดลองเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 ทั้ง 2 บาน ขึ้นบานละ 10 เซนติเมตร เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
พร้อมติดตั้งท่อซิ่งเพื่อสูบน้ำบริเวณคลอง 8 โดยหากการเปิดประตูระบายน้ำไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จะพิจารณาเปิดระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน กรมชลประทานจะเร่งผันน้ำจากอำเภอองครักษ์ให้ไหลลงสู่คลอง 13 โดยได้สั่งปิดประตูระบายน้ำบริเวณคลองระพีพัฒน์ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงมาเติมในคลอง 13 พร้อมเร่งบริหารจัดการน้ำทั้งแนวตรงและแนวดิ่ง เพื่อระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาให้เร็วที่สุด
ระหว่างการทดลองเปิดประตูระบายน้ำ พบว่ามวลชนฝั่งจังหวัดปทุมธานีส่งเสียงคัดค้าน เนื่องจากกังวลว่าการเปิดประตูคลอง 12 จะเป็นการผลักภาระน้ำท่วมมาให้ประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านฝั่งอำเภอองครักษ์ส่งเสียงแสดงความดีใจ โดยทั้งสองฝ่ายยังคงปักหลักติดตามสถานการณ์ เพื่อรอดูผลการทดลองเปิดประตูระบายน้ำครบ 2 ชั่วโมง
ภายหลังทดลองเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 ครบ 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ได้หารือร่วมกันอีกครั้ง ก่อนมีข้อสรุปเบื้องต้นให้ปิดประตูคลอง 12 เนื่องจากประเมินว่าหากเปิดต่อไป อาจทำให้น้ำไหลวนกลับไปทางอำเภอองครักษ์ แนวทางต่อจากนี้คือเปิดประตูระบายน้ำคลอง 13 และเตรียมเปิดประตูคลอง 8 เพื่อระบายน้ำเข้าสู่คลองรังสิต ก่อนสูบออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาผ่านประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์และบริเวณประตูน้ำพระเทพสถิตธรรม
อย่างไรก็ตาม การเปิดประตูคลอง 8 ต้องพิจารณาระดับน้ำในคลองรังสิตควบคู่กัน โดยปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 1.70 เมตร หากเพิ่มขึ้นถึง 1.90 เมตร จะต้องปิดประตูคลอง 8 เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับไปท่วมพื้นที่จังหวัดปทุมธานี
ด้านพลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนในอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมมาเป็นเวลานาน แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงประชาชนในพื้นที่คลอง 8 คลอง 9 คลอง 10 และคลอง 11 รวมถึงรังสิต คูคต ลาดสวาย ลำลูกกา และบึงคำพร้อย ซึ่งอาจได้รับผลกระทบหากมีการระบายน้ำเข้ามามากเกินกว่าที่คลองรังสิตจะรองรับได้
จึงเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำบริเวณประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ รวมถึงบริเวณประตูน้ำพระเทพสถิตธรรม เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันมีการเดินเครื่องสูบน้ำ 15 เครื่อง และประสานขอเครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทานเพิ่มเติมอีก 4 เครื่อง เพื่อนำมาติดตั้งเพิ่มกำลังการระบายน้ำ
ทั้งนี้ จะพิจารณาเปิดประตูคลอง 8 เป็นช่วง ๆ ตามระดับน้ำในคลองรังสิตและความพร้อมในการรองรับน้ำจากจังหวัดนครนายก พร้อมติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่าต้องบริหารจัดการน้ำให้สมดุล เพื่อไม่ให้การแก้ปัญหาในพื้นที่หนึ่งกลับสร้างความเดือดร้อนให้อีกพื้นที่หนึ่ง
ด้านนายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ ระบุว่า การระบายน้ำต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่คลอง 8-11 ด้วย เพราะหากระบายน้ำเข้ามามากเกินไป แต่ไม่สามารถสูบออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ทัน อาจทำให้น้ำไหลย้อนกลับและส่งผลให้พื้นที่ที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่แล้วมีระดับน้ำสูงขึ้นอีก
จึงจำเป็นต้องประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำหนดจังหวะการเปิดประตูระบายน้ำให้เหมาะสม และลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งจังหวัดนครนายกและจังหวัดปทุมธานี