วันที่ 12 ต.ค. 2569 นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงว่าชี้แจงกรณีการปล่อยตัวผู้ต้องหา 3 ราย คดีทุจริตสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ภายหลังจากครบกำหนดระยะเวลาฝากขัง 84 วัน นั้นว่า ภายหลังจากที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับมอบเรื่องกล่าวหาดังกล่าวจากพนักงานสอบสวนนับเป็นเวลา 2 เดือน สำนักงาน ป.ป.ช. มิได้นิ่งนอนใจ และยังคงมุ่งมั่นดำเนินคดีด้วยความรอบคอบและเป็นธรรมด้วยความมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ในเรื่องกล่าวหาคดีทุจริตสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 นี้ เป็นกรณีที่พนักงานสอบสวนได้รับการร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับและจับกุมผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 3 ราย รวมทั้งดำเนินการขออำนาจศาลฝากขังผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามรายมาเป็นระยะเวลาหนึ่งจนแน่ใจว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตที่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว ต่อมาได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ซึ่งการดำเนินคดีของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นกระบวนการเฉพาะย่อมต้องอยู่ภายใต้หลักนิติรัฐโดยใช้ระบบไต่สวน กล่าวคือ การใช้อำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะกระทำได้เพียงใดย่อมต้องเป็นไปตามที่บทบัญญัติกฎหมายกำหนดเท่านั้น โดยไม่ว่าในคดีอาญาทั่วไปหรือคดีอาญาในความผิดที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ตาม
การเริ่มต้นนับระยะเวลาการขังผู้ถูกกล่าวหาย่อมต้องเริ่มนับจากวันที่ศาลมีคำสั่ง และครบกำหนดตามระยะเวลาที่ศาลมีคำสั่ง ภายใต้กำหนดเวลาที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 กำหนดไว้สูงสุดไม่เกิน 84 วัน ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคสอง ได้กำหนดบทสันนิษฐานผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาไว้ก่อนว่าไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ หากศาลยังมิได้พิจารณาพิพากษา
ดังนั้น เมื่อครบระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว จึงต้องปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาไม่ว่ารายใด อันเป็นการคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมทั้งมิให้บุคคลใดได้รับความเดือดร้อนเกินจำเป็นเท่าที่กฎหมายกำหนดไว้
อีกทั้งหากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินคดีในลักษณะที่เป็นไปด้วยความไม่รัดกุมรอบคอบ ไม่พิจารณาถึงตัวผู้กระทำความผิดที่แท้จริงแล้วด่วนสรุปสำนวน อาจเป็นการตัดตอนจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อรูปคดี ในอีกมุมหนึ่งอาจถือเป็นการเร่งรัดตัดตอนคดี ทำให้ไม่สามารถนำตัวผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นตัวการสำคัญมาดำเนินคดีได้
สำนักงาน ป.ป.ช. ขอเรียนเพิ่มเติมว่า ฐานความผิดคดีอาญาที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตที่มีการกระทำความผิด เป็นขบวนการและมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจำนวนหลายราย ถือเป็นคดีที่มีความสลับซับซ้อนกว่าคดีอาญาทั่วไป การดำเนินคดีในทำนองดังกล่าวจึงต้องอาศัยความรอบคอบรัดกุม รวมทั้งต้องอาศัยการแสวงหาข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานที่เป็นพยานแวดล้อม เพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของข้อเท็จจริง ให้ตรงตามความจริงที่เกิดขึ้น ทั้งในทางที่เป็นคุณและเป็นโทษต่อผู้ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะมูลเหตุจูงใจในการกระทำผิดและเจตนา ซึ่งแม้จะครบระยะเวลาฝากขังจำนวน 84 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้วก็ตาม แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ยังมีหน้าที่และอำนาจในการไต่สวนคดีดังกล่าวอยู่ต่อไป ตามระยะเวลาที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 กำหนด ภายใต้อายุความการดำเนินคดี
นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเครื่องมือสำคัญในการควบคุม ผู้ถูกไต่สวนมิให้หลบหนี หากปรากฏหลักฐานตามสมควรระหว่างการไต่สวนว่าผู้ถูกกล่าวหาน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีหรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น หรือภายหลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดทางอาญา แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ไปรายงานตัวต่ออัยการสูงสุด และมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหาจะหลบหนี หรือเมื่อมีการแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหามาศาลในวันฟ้องคดีแล้ว แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุต่อศาล ก็ย่อมเป็นเหตุ ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะสามารถดำเนินการเพื่อขอให้ศาลที่มีเขตอำนาจออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหา มาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายได้ต่อไป ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 39 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66
อีกทั้งหากปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยในคดีอาญาที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หลบหนีไปในระหว่างถูกดำเนินคดีหรือระหว่างการพิจารณาของศาล ยังเป็นเหตุให้ระยะเวลาที่หลบหนี ไม่ถูกนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความด้วย (อายุความสะดุดหยุดลง) ไม่ทำให้คดีขาดอายุความ รวมทั้งหากมีกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาจะหลบหนี สำนักงาน ป.ป.ช. ก็ยังมีมาตรการในการป้องกันการหลบหนีไว้ โดยการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่มีหน้าที่ตรวจตราผู้กระทำความผิดลักลอบหลบหนีเข้าออกระหว่างประเทศอีกด้วย
ทั้งนี้ ในส่วนความคืบหน้าของการดำเนินคดีทุจริตสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 จากการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน ว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามรายได้มีพฤติการณ์ร่วมกันกระทำความผิดอาญาในการแก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบ และเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบแข่งขันบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี พ.ศ. 2568 และจากการไต่สวนพยานบุคคลและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบแข่งขันกว่า 1,000 ราย ทำให้พบว่ามีกลุ่มเครือข่ายนายหน้าที่ทำการเป็นผู้ประสาน ติดต่อ และทำการเรียกรับเงินจำนวน 110 สาย ทำให้ทราบถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องและมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบจำนวน 6,000 กว่าราย
นอกจากนี้ ยังได้มีการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินและทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาจากธนาคารที่เกี่ยวข้อง และประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเกี่ยวกับการสืบสวนธุรกรรมทางการเงิน และทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดแล้ว และในปัจจุบันคณะกรรมการ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และสรุปข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหารายใด อย่างไรบ้าง โดยคาดว่าจะพิจารณาได้แล้วเสร็จในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569