นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่นว่า ภายหลัง ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ที่มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาร่วมด้วย ขณะนี้คณะทำงานอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน แต่พยานหลักฐานในคดีนี้ค่อนข้างเยอะ และแบ่งเป็นหลายกลุ่ม จึงต้องมีการกระจายกำลังทำงานในหลายพื้นที่ โดยสิ่งที่ทำคู่ขนานในขณะนี้คือ การตรวจกระดาษคำตอบ ซึ่งจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีกชุด เพื่อตรวจกระดาษคำตอบโดยเฉพาะว่า มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงมากน้อยอย่างไร
ส่วนกรอบระยะเวลาที่เคยตั้งไว้ 3-6 เดือน ยังเหมือนเดิม โดยคณะกรรมการไต่สวนเพิ่งจะมีการประชุมเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งได้กระจายงานไปทำ แต่ด้วยความที่เป็นการรวบรวมพยานหลักฐานที่ค่อนข้างอ่อนไหว เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานมีส่วนเป็นผู้กระทำความผิดด้วย เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้ความระมัดระวัง ละเอียด และรอบคอบ
ส่วนการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งจาก ป.ป.ช. และตำรวจ เพียงพอในการดำเนินการแล้วหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวยอมรับว่า ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากป.ป.ช. ดูภาพใหญ่ และดูคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงคนที่ถูกแก้คะแนนแล้วได้รับการบรรจุด้วย จึงต้องคัดกรองว่าใครเป็นผู้กระทำความผิดจริง ซึ่งต้องใช้เวลาในขั้นตอนนี้เยอะ
ขณะที่การตรวจกระดาษคำตอบทั้งหมด นายเกียรติศักดิ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.มีกระดาษคำตอบที่เป็นต้นฉบับอยู่ การตรวจไม่ยาก ค่อนข้างเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่น่ากังวล เพียงแต่ต้องการความโปร่งใส จึงต้องตั้งคณะทำงานหลายฝ่ายเข้ามาดู โดยจะทำให้เร็วที่สุด แต่ขณะนี้ไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน
ส่วนการเชิญตัวข้าราชการระดับสูง เข้ารับการไต่สวนนั้น นายเกียรติศักดิ์ บอกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เรียกเข้ามา ตอนนี้จะดำเนินการเฉพาะพยานหลักฐานกลุ่มใหญ่ๆก่อน เพราะพยานหลักฐานส่วนบนค่อนข้างรู้หน้าที่ชัดแล้วว่า ใครทำหน้าที่อะไร แต่ที่มีปัญหาอยู่จะเป็นส่วนล่างๆ
ขณะที่ประเด็นในการไต่สวน นายเกียรติศักดิ์ ระบุว่า ตั้งไว้ 1 ประเด็นคือ มีการโกงสอบหรือไม่และใครเป็นผู้เกี่ยวข้อง ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการสาวไปถึงแค่นายธีรุฒม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่าจะไปถึงไหน แต่ในการตรวจสอบนั้นมีประเด็นแยกย่อยอีก เช่น การจัดทำ TOR มีการเอื้อประโยชน์หรือไม่ ก็อยู่ในกระบวนการที่จะตรวจสอบ และจะต้องตรวจสอบย้อนไปถึงอธิบดีคนเก่านั้น ย้ำว่า ในการไต่สวนนั้น หากมีข้อพิรุธในส่วนไหน ก็จะต้องดำเนินการไปถึงอยู่แล้ว
นายเกียรติศักดิ์ ยังชี้แจงว่า การทำงานของ ป.ป.ช. ไม่ได้ล่าช้า หลังมีการตั้งข้อสังเกตว่า ระยะเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานที่ต้องใช้เวลา อาจเป็นช่องที่ทำให้มีการทำลายหลักฐาน พร้อมระบุว่า ไม่น่าเป็นห่วง เพราะหากดูจากพยานหลักฐานแล้วนั้น มีการสอดรับเป็นเหตุเป็นผลกัน โอกาสที่จะมีการเปลี่ยนแปลงน่าจะเกิดได้ยาก เพราะฉะนั้นขอให้อดทนรอ ใจเย็นๆ เพราะ ป.ป.ช. ตั้งคณะทำงานค่อนข้างเยอะ และการยกคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากต้องการให้เห็นผลเร็วที่สุด
เมื่อถามว่า จะมีขยายผลไปถึงนักการเมือง และรัฐมนตรีหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ป.ป.ช.ไม่ได้ตั้งเป้าหมายถึงใคร แต่ในกระบวนการตรวจสอบ หากหลักฐานไปถึงใครก็สุดที่ตรงนั้น พร้อมยอมรับว่า ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่า มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงรัฐมนตรีหรือไม่
ส่วนที่ก่อนหน้านี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางบุกรวบจ่าพิชิต ดร.วิน และน้องสาว 3 ตัวการในคดีโกงสอบท้องถิ่น ทาง ป.ป.ช.เข้าไปสอบปากคำแล้วหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังให้ข้อมูลไม่ได้ แต่ทาง ป.ป.ช.ดำเนินการอยู่
เมื่อถามถึงกรณีของ 2 บุคคลที่อยู่ในคลิปเสียงเรียกมาไต่สวนแล้วหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ต้องถูกไต่สวนทั้งหมด เพียงแต่ระยะใกล้ไกล กับการกระทำความผิดต้องมาดูกันอีกครั้ง ย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นใคร หากป.ป.ช.ต้องการความเห็น อาจจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือคนที่รู้เห็น ป.ป.ช. ก็สามารถเชิญมาสอบเพื่อประกอบสำนวนได้ และในคดีนี้ไม่ได้มีการเรียกมาสอบอย่างเดียว แต่มีการลงพื้นที่หาพยานหลักฐานควบคู่ไปด้วย
นายเกียรติศักดิ์ ยังตอบกรณีสังคมครหาว่า คดีนี้สุดท้ายอาจเป็น "มวยล้มต้มคนดู" ว่า เรื่องนี้ว่าไปตามพยานหลักฐาน หากไปถึงใครก็คนนั้น เพียงแค่กระบวนการไต่สวนของป.ป.ช. ต้องได้พยานหลักฐานมาอย่างมั่นใจ มั่นคง รอบคอบว่าเกี่ยวข้องจริง แล้วจึงแจ้งข้อกล่าวหา และเมื่อถามย้ำว่า คดีนี้จะไม่เจอตอใช่ไหม นายเกียรติศักดิ์ ยืนยันว่า "ไม่เจอ ไม่เคยเจอตอ"
ส่วนกรณีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น จะดำเนินการส่งรายชื่อคนโกงสอบ 5,925 คนให้กับ ป.ป.ช.นั้น นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้หลายหน่วยก็พยายามขับเคลื่อน ในส่วนความผิดที่ตัวเองรับผิดชอบ แต่ถ้าเห็นว่า มีการกระทำความผิด และทุจริต ก็ต้องส่งเรื่องมาที่ ป.ป.ช. จากนั้นก็จะรับหลักฐานเหล่านี้มารวมคดี
เมื่อถามถึงกรณี พบความเชื่อมโยงระหว่างคดีโกงสอบท้องถิ่นที่พัทยา 2564 และคดีโกงสอบท้องถิ่น 2568 จะต้องมีการขยายผลหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้การตรวจสอบยังพุ่งเป้าโฟกัสเฉพาะการสอบท้องถิ่น 2568 แต่หากพบข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงก็จะนำมาพิจารณาอีกครั้ง แต่ขณะนี้ยังไม่ยืนยันว่า กรณีโกงสอบท้องถิ่นที่พัทยา 2564 มีมติดำเนินการแล้วหรือไม่