ป.ป.ช.บุกพิสูจน์! สถานปฏิบัติธรรมดัง รุก ส.ป.ก. เล็งยกเป็นโมเดลเสนอรัฐบาล

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ป.ป.ช.บุกพิสูจน์! สถานปฏิบัติธรรมดัง รุกพื้นที่ ส.ป.ก. เจอแผ้วถาง-ปรับหน้าดิน-เตรียมสร้างอาคาร เล็งยกเป็นโมเดลปกป้องทรัพย์สินประเทศ ด้าน รองผู้ว่าฯสระบุรี ลั่นจังหวัดไม่บกพร่อง

วันที่ 13 ส.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 2 ลงพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี โดยมีนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง ผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการจากส่วนกลางและภายในจังหวัดสระบุรี และสื่อมวลชนเข้าร่วมโครงการ

สถานที่ปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ สำนักงาน ป.ป.ช.
ป.ป.ช.บุกพิสูจน์! สถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ สระบุรี รุกพื้นที่ ส.ป.ก.

โดยในช่วงเช้าวันนี้ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. บูรณาการร่วมกับรองผู้ว่าฯสระบุรี พร้อมด้วยตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรรม (ส.ป.ก.) ตัวแทนกรมป่าไม้ และตัวแทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ลงพื้นที่สถานที่ปฏิบัติธรรมวัดป่าชนะใจ ตั้งอยู่บนดอนมวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี โดยถูกร้องเรียนว่า มีการบุกรุกพื้นที่กรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.

นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ว่า ป.ป.ช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาตรวจติดตามการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. ที่เราทราบกันอยู่ว่ามีการบุกรุกที่ดินของรัฐหลายประเภท จากการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่าหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบเข้าไปดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งความ หรือสั่งให้ออกจากพื้นที่ หรือกำลังรื้อถอนสิ่งรุกล้ำต่าง ๆ ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วย

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ป.ป.ช.ลงมาติดตามความคืบหน้า เนื่องจากเป็นนโยบายในการป้องกันการทุจริต ต้องเรียนว่า ป.ป.ช.มีทุกจังหวัด ดังนั้นถ้าเกิดกรณีสุ่มเสี่ยงมีการกระทำผิด หรือเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ป.ป.ช.จะเข้าไประงับยับยั้ง ตัดวงจรไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเดือดร้อน ปฏิบัติผิดพลาด

“เพราะฉะนั้นส่วนพื้นที่ตรงนี้ เราเห็นว่าเป็นพื้นที่ใกล้ กทม. เราต้องเข้ามาดำเนินการทุกเดือน วันนี้ล่วงเข้าเดือนที่ 6 อยากเห็นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ฟังผู้ที่เกี่ยวข้องที่ไปดำเนินการ ก็ทำเต็มกำลังตามกรอบอำนาจหน้าที่แล้ว ผลในทางปฏิบัติเป็นอย่างไร ป.ป.ช.จะติดตามจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ ตรงนี้เป็นนโยบาย” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างไรบ้าง มีระบบน้ำด้วย รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เท่าที่เราดูสักครู่ จากการทำทางขึ้นมา ต้องใช้เครื่องมือหนัก มีการวางแผน มีการเตรียมการ มีการตีแปลงต่าง ๆ ไว้ เพื่อทำเป็นสถานปฏิบัติธรรม หรืออะไรสุดแท้แต่ มีการทำให้พื้นที่ลาดชัน เข้าถึงง่าย อาจไม่ตรงกับวัตถุประสงค์กับ ส.ป.ก.หน่วยงานที่เขาอนุญาตให้ใช้พื้นที่ เมื่อสักครู่เห็นเป็นแทงก์ เห็นท่อน้ำ ค่อนข้างมั่นคง น่าจะมีการขุดเจาะ เดี๋ยวรายละเอียดให้เจ้าของพื้นที่ดู

เมื่อถามอีกว่า ป.ป.ช.เคยลงพื้นที่มาติดตามความคืบหน้า รายละเอียดได้ตรวจสอบหรือไม่ ก่อนหน้านี้การเข้ามาทำพื้นที่ต่าง ๆ มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ป.ป.ช.อยู่ระหว่างตรวจสอบตลอด แม้ว่ายังไม่มีคดีไปที่ ป.ป.ช.โดยตรง แต่ดูจากสภาพ ยอมรับว่าพื้นที่กว้าง การดูแลรักษาค่อนข้างทำได้ยาก เจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวหรือไม่ ต้องดูเป็นกรณีไป อย่างกรณีนี้พยายามเก็บข้อมูล

รองเลขาธิการ ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ช.
นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

เมื่อถามย้ำว่า ตั้งแต่ตรวจสอบยังไม่พบคนอ้างสิทธิ์พื้นที่ตรงนี้ใช่หรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่พบโดยตรง ส่วนจะดำเนินการกับผู้อ้างสิทธิ์อย่างไรนั้น ในส่วนนี้ พื้นที่เป็นความรับผิดชอบหลัก ๆ ของ ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ ต้องดูว่าพื้นที่ตรงนี้ อยู่ในความรับผิดชอบหลักของใคร แต่ 2 หน่วยนี้เกี่ยวข้องโดยตรง ถ้าบุกรุก หรือใช้ผิดวัตถุประสงค์ ต้องดำเนินการเพิกถอน หรือดำเนินการแจ้งความ

เมื่อถามว่า บริเวณศูนย์ปฏิบัติธรรม และวัดมีคนอยู่อาศัยหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบจากที่ลงพื้นที่ มีใช้บ้าง แต่ว่าไม่ใช่พระ เป็นชี หรือคนทั่วไป การอยู่อาศัยแบบนี้ถือว่าผิด เพราะเขาไม่มีสิทธิ์อยู่ ส่วนมีการดำเนินการหรือไม่นั้น ในส่วนพระสงฆ์นิมนต์ท่านไปอยู่ในสถานที่ที่อยู่ได้ เหลือแค่แม่ชี เล็ก ๆ น้อย ๆ ประสานไปว่า ไม่สามารถอยู่ได้ ก็เรียนว่าน้อยลง โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เราเฝ้าระวัง ไม่อยากให้เกิดการลูบหน้าปะจมูก ต้องไม่มีการดำเนินการอะไรต่อ ป.ป.ช.จะทำอย่างนี้ โดยหน่วยงานในพื้นที่ เขาลงกันทุกเดือน แต่ส่วนกลาง 6 เดือนถ้ายังไม่คืบหน้า จะลงมาติดตาม จะใช้หน่วยงานในพื้นที่ติดตาม

เมื่อถามอีกว่า ป.ป.ช.จะดำเนินการเป็นรูปธรรมคืออย่างไร นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วน ป.ป.ช.การบุกรุกลักษณะนี้มีเยอะมาก สุดท้ายหน่วยงานของรัฐ จะตามหลังผู้กระทำผิดเสมอ วัดป่าชนะใจ อาจเป็นโมเดลแรกที่ ป.ป.ช.คุยกับหน่วยงานเกี่ยวข้องว่า ก่อนดำเนินการใด ๆ หน่วยงานต้องมีหน้าที่ทำอะไร เราอาจทำข้อเสนอให้รัฐบาล ให้จัดการกับทรัพย์สินประเทศนี้อย่างไร เช่น ก่อนยกให้ ส.ป.ก.อาจต้องกันแนวเขตหรือไม่ อะไรเป็นป่า อะไรไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ ตัว ส.ป.ก.เอง ถ้ายังไม่ออกหลักฐานถือครอง ก็ต้องถือว่าที่ป่าอยู่ ใครเข้ามาถือว่าบุกรุกอยู่แล้ว เพียงแต่พื้นที่เยอะ บริเวณนี้เกือบ 2 หมื่นไร่ เข้าได้ทุกจุด ค่อนข้างดูแลลำบาก แต่เราต้องกวดขัน ระมัดระวัง ไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้เยอะ เพราะพื้นที่แบบนี้ ส.ป.ก.ปฏิรูปพื้นที่ให้เกษตรกร ความเป็นเกษตรกรสำคัญสุด คนไม่มีสิทธิ์อยู่ ต้องเปลี่ยนมือ เชิญออก ไม่สามารถทำประโยชน์ได้

“เฉพาะพื้นที่ตรงนี้ ดอนมวกเหล็ก 2 หมื่นไร่ แต่ที่อื่นมีลักษณะอย่างนี้เยอะ เช่น ภูนับดาว และอีกหลาย ๆ ที่มีลักษณะอย่างนี้ ตรงนี้ปัจจุบันต้องเรียนว่า เทคโนโลยีเราทันสมัยขึ้น ภาพถ่ายทางอากาศ รังวัด ปักหมุดค่อนข้างดี เราต้องขีดให้ชัดว่าตรงไหนคือทำกินได้ อยู่อาศัยได้ ตรงไหนต้องอนุรักษ์ให้คนในชาติ พอคนเยอะ พื้นที่น้อย การบุกรุกเกิดขึ้นได้ วันนี้คนต่างชาติไปบุกรุกแล้ว เอาง่าย ๆ แล้วคนไทยก็ต้องทำผิดกฎหมาย ไปบุกรุกต่อ คงไม่ถูก ต้องจัดการตามระบบ” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา พื้นที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดป่าชนะใจ ถูกเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.สระบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทศ.) ลงพื้นที่เข้าตรวจค้นพบว่า มีเนื้อที่กว่า 13 ไร่ ก่อสร้างอาคารกว่า 10 หลัง ตั้งอยู่ในเขต ส.ป.ก. นอกจากนี้ยังพบการแผ้วถาง ปรับพื้นที่ แบ่งล็อก วางโครงสร้างบ้านน็อคดาวน์ รวมถึงพบร่องรอยรถแบ็กโฮและรถสิบล้อ ขุดดิน ถามดิน ตัดต้นไม้ เพื่อปรับพื้นที่ รวมถึงการปรับหน้าดินบนเขา เตรียมสร้างพระประธานองค์ใหญ่ พร้อมปักธงวัดด้วย

สถานที่ปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ สำนักงาน ป.ป.ช.
ป.ป.ช.บุกพิสูจน์! สถานที่ปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ สระบุรี รุกพื้นที่ ส.ป.ก.

นายบัญชา ไชยมโน ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ที่ดินบริเวณที่ตั้งของวัด เดิมที ส.ป.ก.จัดสรรให้กับเกษตรกร 1 ราย พื้นที่ 13 ไร่ แต่มีการสละสิทธิ์ให้กับวัด ซึ่งตามหลักการแล้ววัดจะต้องมาขออนุญาต ส.ป.ก.ในการใช้พื้นที่ แต่กลับดำเนินการจัดสร้างวัดโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่า ผิดระเบียบของ ส.ป.ก. ซึ่งจากการตรวจสอบพื้นที่ ส.ป.ก.โดยรอบมีประมาณ 1,000 ไร่ แต่ที่มีการปรับหน้าดินและทำถนนแล้วประมาณ 100 ไร่ โดยได้แจ้งความเอาผิดกับทางวัดไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน ทั้งนี้วัดจะมีโอกาสตั้งในพื้นที่เดิมได้หรือไม่ หากขออนุญาตถูกต้อง ก็สามารถทำได้ แต่สุดท้ายก็ต้องอยู่ที่ความเหมาะสมของสถานที่ เช่น สถานปฏิบัติธรรมชนะใจ ถือว่าไม่เหมาะสม 

ส่วนพื้นที่ ส.ป.ก.ในจังหวัดสระบุรีที่ใช้ผิดวัตถุประสงค์จำนวนเท่าไหร่ นายบัญชา ยอมรับว่า ไม่เคยสำรวจเป็นตัวเลขชัดเจน แต่ก็พบว่า มีการใช้ประโยชน์ที่ดินผิดวัตถุประสงค์บ้างตามที่เคยเป็นข่าว

ด้านนายเลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างการลงพื้นที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตรวจสอบสถานที่ปฏิบัติธรรมวัดป่าชนะใจ ซึ่งถูกร้องเรียนว่ามีการบุกรุกพื้นที่กรมป่าไม้ และ ส.ป.ก. 

โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดไม่ทราบเรื่องมาก่อนเลยใช่หรือไม่ ทั้งที่ทางวัดสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ รุกที่ป่าอยู่ใต้จมูก นายเลิศชัย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล แต่เวลามีการลักลอบก็ต้องหลบเจ้าหน้าที่ ดังนั้นหากพบข้อเท็จจริง เราดำเนินการทุกขั้นตอนตามกฎหมายอยู่แล้ว จึงเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ในการตรวจสอบว่ามีใครทำผิดหรือละเลยหรือไม่ ในส่วนจังหวัดก็ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ทางท้องถิ่นได้มีการรายงานความผิดปกติในพื้นที่นี้หรือไม่ นายเลิศชัย กล่าวว่า หากไม่มีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ หรือไม่มีการกระทำผิด ก็จะไม่มีรายงาน แต่หากมีข้อสังเกตเข้ามา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปดำเนินการอยู่แล้ว 

เมื่อถามยํ้าว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีประชาชนรายงานเข้ามาใช่หรือไม่ นายเลิศชัย กล่าวว่า “ไม่น่ามี มันต้องอยู่ที่ความร่วมมือของชาวบ้านและสื่อมวลชนด้วย ถ้าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้าน หรือสื่อมวลชน รู้ทั้งรู้แต่ไม่รายงานมาที่จังหวัด ก็ไม่สามารถทำอะไรได้” 

นายเลิศชัย ยืนยันว่า ทางจังหวัดให้ความร่วมมือกับทาง ป.ป.ช.ทุกด้าน ไม่ว่าจะต้องการข้อมูลจากหน่วยงานใด เราก็ยินดีให้ข้อเท็จจริง ทางจังหวัดมีนโยบายชัดเจน ส่วนใครจะผิดหรือถูกก็ไปว่ากัน 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีการทำงานเชิงรุกนอกเหนือจากการรอรับรายงานอย่างเดียวบ้างหรือไม่ นายเลิศชัย กล่าวว่า “เจ้าหน้าที่เรามีเท่านี้ ถ้าจะให้เป็นเชิงรุก พวกท่านต้องร่วมมือและส่งข้อมูลมา” 

นายเลิศชัย กล่าวอีกว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะให้เจ้าหน้าที่ไปเดินตรวจสอบป่าแบบที่สื่อมวลชนต้องการ ดังนั้นต้องมีการแจ้งข้อมูลมาก่อน แล้วเราจะไปดูว่ามีการทำผิดจริงหรือไม่

เมื่อถามว่า จะต้องกวดขันเจ้าหน้าที่ให้มีการลงไปตรวจสอบหรือไม่ นายเลิศชัย กล่าวว่า “เจ้าหน้าที่เรามีแค่นี้” พร้อมยืนยันว่า ทางจังหวัดทำหน้าที่อยู่แล้ว แต่เราไม่สามารถทำอะไรที่รู้เอง โดยเฉพาะด้านกฎหมาย ทั้งนี้ หากมีการแจ้งหรือพบเห็นซึ่งหน้าเราก็ไป ทำตลอดเวลาเท่าที่พบเจอ

เมื่อถามว่า กรณีนี้เป็นความบกพร่องของทางจังหวัดส่วนหนึ่งหรือไม่ เพราะไม่มีการรายงานให้ทราบ นายเลิศชัย กล่าวว่า ไม่ได้เป็นความบกพร่อง ในพื้นที่เขาก็ทำเต็มที่ 

เมื่อถามว่า ทาง ป.ป.ช.มอบหมายให้ท้องถิ่นลงไปตรวจสอบต่อ จะเป็นช่องว่างให้เรื่องเงียบหายหรือไม่ นายเลิศชัย กล่าวว่า อย่าเพิ่งคิด เขาไม่ได้เงียบหาย ขั้นตอนทุกอย่างใช้เวลา

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ