สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดการเสวนาประเด็น “การลงพื้นที่เฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณโครงการที่มีมูลค่าสูงในพื้นที่จังหวัดสระบุรี” วันที่ 14 สิงหาคม 2569 หลังจากเมื่อวานนี้ นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ ณ ศูนย์เสริมสร้างสุขภาพประชาชนและผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลแสลงพัน อำเภอวังม่วง และศูนย์เสริมสร้างสุขภาพ เทศบาลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
ซึ่งเป็นการลงพื้นที่เฝ้าระวังและให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งบประมาณโครงการที่มีมูลค่าสูง โดยพบอุปกรณ์ที่มีสมรรถภาพสูงและมีมูลค่าสูงประมาณ 8.8 แสนบาท
ในการเสวนาดังกล่าว นายธนกฤต อัตถะสัมปุณณะ รองนายก อบจ.สระบุรี ระบุว่า โครงการนี้สืบเนื่องจากแนวนโยบายของนายสัญญา บุญ-หลง นายก อบจ.สระบุรี ที่ต้องการดูแลสุขภาพประชาชน ซึ่งก็ได้มีการทำประชาคมสอบถามประชาชนในพื้นที่ด้วย ซึ่งทาง อบจ. มองว่าหากประชาชนสุขภาพดีก็จะลดจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาล
ส่วนเรื่องเครื่องออกกำลังกายที่มีคุณภาพและมีราคาสูง เพราะเราพิจารณาแล้วว่าดูแลประชาชนทุกระดับ ทุกช่วงวัย และดูแลผู้สูงอายุให้แข็งแรง จึงใช้เครื่องมือที่มีมาตรฐานสูง เกรดเดียวกับการกีฬาแห่งประเทศไทย
ส่วนลู่วิ่งที่มีมูลค่าสูงถึง 8 แสนบาทนั้น เพราะมีเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อดูแลและคุ้มครองผู้สูงอายุว่าใช้งานแล้วจะได้มีความปลอดภัย เพราะเคยมีกรณีผู้สูงอายุวิ่งออกกำลังกายแล้วฟุบไป
อบจ. จึงตระหนักเรื่องความปลอดภัยด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าระหว่างเวลา 16.00-20.00 น. จะเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนมาใช้งานสูงสุด จนต้องต่อคิวใช้บริการลู่วิ่ง
ทั้งนี้ จากการเปิดบริการศูนย์มา 4-5 ปี ยังไม่ได้ซ่อมเลย เพราะเราใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง มีความคงทนสูง ทั้งนี้ เมื่อเอามาเปรียบเทียบคุณภาพกับราคาแล้วมองว่าเป็นเรื่องที่คุ้มค่า เพราะไม่ต้องไปบำรุงรักษามาก แม้ดูราคาแล้วจะดูน่าตกใจว่าราคาสูง แต่ด้วยความจำเป็นที่ต้องใช้เครื่องที่มีความคงทนสูง จึงต้องซื้อในราคาที่สูง
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเครื่องออกกำลังกายรุ่นเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน เราซื้อต่ำกว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย และซื้อต่ำกว่า กทม. ซึ่งเรื่องนี้ อบจ.สระบุรี ก็ได้ชี้แจงกับ ป.ป.ช. และ สตง. รวมทั้งชี้แจง กมธ. สภาฯ ไปแล้ว
รองนายก อบจ.สระบุรี บอกอีกว่า ตอนนี้สระบุรีมีศูนย์เสริมสร้างสุขภาพทุกอำเภอ โดยเมื่อจัดสร้างเสร็จก็จะส่งมอบให้เทศบาลและ อบต. ในพื้นที่เป็นผู้ดูแล แต่ยอมรับว่าเทศบาลและ อบต. แต่ละแห่งมีงบประมาณไม่เท่ากัน แต่ค่าใช้จ่ายก็ไม่สูงมาก และส่วนใหญ่สามารถดูแลได้
แต่หากเทศบาลหรือ อบต. บางแห่งก็ยังต้องดูแลต่อ ส่วนคนประจำศูนย์ คือเทรนเนอร์ที่คอยแนะนำการใช้เครื่อง 1 ตำแหน่ง แม่บ้าน 1 ตำแหน่ง และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 1 ตำแหน่ง
"คำว่าความคุ้มค่าเป็นคำที่ใหญ่มาก ถ้าสมมติว่าเครื่องออกกำลังกายเหล่านี้สามารถทำให้ประชาชนชาวสระบุรีมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้น และช่วยลดจำนวนคนเข้าโรงพยาบาล ก็เท่ากับลดเงินงบประมาณของทางราชการ ผมก็ว่ามันคุ้มค่า" รองนายก อบจ.สระบุรี กล่าว
ด้าน ว่าที่ร้อยตรีคทาวุธ คลังนุช ผอ.ป.ป.ช.สระแก้ว (อดีต ผอ.ป.ป.ช.สระบุรี) ตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้ว่า เรื่องการก่อสร้าง 15 แห่ง แห่งละ 30 ล้านนั้น อยากให้ดูเรื่องการบริหารสัญญาของโครงการให้ดี โดยอยากให้แยกสัญญาก่อสร้างกับสัญญาจัดซื้ออุปกรณ์ เพราะในสัญญาการก่อสร้างกับสัญญาจัดซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกาย อาจจะต้องใช้ผู้รับเหมาที่มีความเหมาะสมในสัญญานั้น ๆ
หากสัญญาก่อสร้างและสัญญาจัดซื้ออุปกรณ์รวมเป็นสัญญาเดียวกัน คนที่ได้งานอาจจะเป็นบริษัทที่ขายเครื่องออกกำลังกาย แต่ต้องทำการก่อสร้างด้วย ดังนั้น อยากให้บริหารสัญญาให้ดี เพื่อมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนั้น อยากให้ดูจำนวนประชาชนผู้สูงอายุในแต่ละพื้นที่มาพิจารณาด้วย ไม่ควรเอาตัวเลขกลม ๆ ไปตั้งว่าแต่ละแห่งงบ 30 ล้านบาท แต่อยากให้ดูกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่ บางพื้นที่อาจจะมีขนาดเล็กตามจำนวนประชากรด้วยหรือไม่
ทั้งนี้ กรณีการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายของ กทม. เครื่องออกกำลังกายที่แพงที่สุดประมาณ 7 แสนบาท แต่ของ อบจ.สระบุรี ราคา 8 แสนบาท จึงอยากให้ดูเรื่องความเหมาะสมกับประชาชน และการจะยึดสเปกเครื่องออกกำลังกายตามการกีฬาแห่งประเทศไทยนั้น มองว่าสเปกตามการกีฬาแห่งประเทศไทยคือสำหรับนักกีฬา แต่ของ อบจ.สระบุรี ตามโครงการคือประชาชนและผู้สูงอายุ
ดังนั้น จึงอยากให้มองเรื่องกำหนดสเปกเครื่องออกกำลังกาย หากกำหนดสเปกสูงอาจจะมีผู้เข้ามาเสนอราคา แต่หากกำหนดสเปกที่ต่ำลงมาแต่ยังเหมาะสมกับการใช้งานสำหรับประชาชนและผู้สูงอายุ อาจจะมีผู้เข้ามาเสนอราคามากขึ้น ทำให้มีตัวเลขเพิ่มขึ้น
นอกจากนั้น เรื่องงบประมาณที่ต้องเสียไปเดือนละ 7 หมื่นบาท ปีหนึ่งเกือบล้าน ก็อยากให้พิจารณาว่าหากงบส่วนนี้นำมาใช้งานด้านอื่นในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนด้านอื่น ๆ จะคุ้มค่ามากกว่าหรือไม่
อย่างไรก็ตาม รองนายก อบจ.สระบุรี ยืนยันช่วงท้ายว่า ส่วนใหญ่ที่ อบจ. ดำเนินการและส่งมอบให้ไป เพราะมองว่าเทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่นั้นมีศักยภาพเพียงพอ
นอกจากนั้น ก็มีโครงการติดตามประมวลผล ที่คอยติดตามดูเป็นระยะ ส่วนเรื่องความเหมาะสมนั้น จะต้องมองในภาพกว้าง ๆ ว่าทุกเพศทุกวัย ทุกเจน ต้องเข้ามาใช้งานเครื่องออกกำลังกายเหล่านี้ได้ จึงมีการเปลี่ยนเครื่องออกกำลังกายหลายชนิด
ทั้งนี้ ยืนยันว่านโยบายดังกล่าวเป็นการคิดรอบคอบแล้ว และหวังว่าจะใช้เงินภาษีให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน และใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด