ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกระแสข่าวนักโทษ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีพฤติการณ์สุ่มเสี่ยงวางแผนหลบหนี และมีการตั้งข้อสังเกตว่านักโทษรายนี้อาจจะเป็น พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา และคดีอื่น ๆ ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ สืบทราบว่า พ.ต.ท.บรรยิน ให้พรรคพวกที่อยู่นอกเรือนจำให้การช่วยประกันตัวจำเลยรายหนึ่งในคดีอื่น ซึ่ง พ.ต.ท.บรรยิน ได้รู้จักขณะถูกคุมขัง อยู่ด้วยกัน และบงการให้จำเลยคนดังกล่าววางแผนไปอุ้มภรรยาของผู้บัญชาการเรือนจำ ซึ่งรับราชการระดับสูงอยู่ในพื้นที่ จ.ลำปาง เพื่อแลกเปลี่ยนกับการให้ พ.ต.ท.บรรยินออกไปจากคุก
เนื่องจากก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.บรรยินได้ขอสิทธิพิเศษต่าง ๆ โดยขอให้ทางเรือนจำย้ายตัวเองไปอยู่ในแดนที่มีความสะดวกสบาย อีกทั้งเมื่อมีญาติเข้าเยี่ยมก็ขอไม่ให้มีการบันทึกเสียง แต่ผู้บัญชาการเรือนจำไม่ยินยอม เนื่องจากผิดหลักเกณฑ์และระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ทำให้ พ.ต.ท.บรรยินโกรธแค้นและข่มขู่ผู้บัญชาการเรือนจำให้ปล่อยตัวเองเดินออกจากเรือนจำ หากไม่ทำตามที่ขอจะอุ้มภรรยา
รายงานข่าวจากกรมราชทัณฑ์ระบุด้วยว่า หากแผนการอุ้มภรรยาผู้บัญชาการเรือนจำไม่สำเร็จ มีความเป็นไปได้สูงที่จะชิงตัว พ.ต.ท. บรรยินระหว่างนำตัวไปขึ้นศาล
ต่อมาทางกรมทางกรมราชทัณฑ์ ได้ย้าย พ.ต.ท.บรรยิน ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปฝากขังที่เรือนจำบางขวาง ทำให้พ.ต.ท.บรรยิน เกิดอาการเครียดหนัก และในช่วงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 12 มิ.ย. พ.ต.ท. บรรยิน คิดฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอในเรือนจำ แต่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พบก่อน จึงช่วยชีวิต ไว้ได้ทัน
กองบังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า เมื่อต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้จับกุมนายสุธน ทองศิริ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลักทรัพย์ หลังได้รับประกันตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่ยังคงมีหมายจับค้างเก่าติดตัวอีก 1 หมาย จึงนำตัวมาสอบปากคำ เบื้องต้นนายสุธน รับสารภาพว่า ที่ได้ประกันตัวออกมาเป็นเพราะ พ.ต.ท.บรรยิน ที่รู้จักกันในเรือนจำให้ทนาย ความส่วนตัวติดต่อทนายความอีกคนให้มาประกันตัวออกไป
โดยสาเหตุที่ พ.ต.ท.บรรยินช่วยเหลือในครั้งนี้ เป็นเพราะ พ.ต.ท.บรรยิน มีคำสั่งให้ตนทำงานให้ 2 ข้อ ข้อแรกให้หาทางชิงตัว พ.ต.ท.บรรยิน ออกจากคุก แต่ถ้าข้อแรกทำไม่สำเร็จ ให้ลักพาตัวภรรยาของผู้บัญชาการเรือนจำมาให้ได้ เพื่อไว้ใช้ในการต่อรองเรื่องการ หนีออกจากคุก
พร้อมทั้งติดต่อไปหา อดีต ส.ส.นครสวรรค์ ที่เคยเป็นลูกน้องของ พ.ต.ท.บรรยิน เพื่อร่วมกันวางแผน ซึ่งเมื่อตนโทรศัพท์ไปหา อดีต ส.ส. คนนั้น แต่ไม่เล่นด้วย กระทั่งมาถูกจับกุม โดยนายสุธน มีประวัติถูกดำเนินคดีมา 4 ครั้ง คดีสำคัญคือ ปล้นร้านทอง ที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรี ธรรมราช เมื่อปี 2535 ได้ทองไป 120 บาท
ต่อมา ชุดสืบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้ขยายผลหาจนทราบว่า นอกจาก นายสุธน ยังมีนายท็อป (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีกรรโชกทรัพย์ ชาว จ.นครสวรรค์ บ้านเดียวกับ พ.ต.ท.บรรยิน อีกคน ที่มีส่วนรู้เห็นในแผนแหกคุกครั้งนี้ โดยทั้งคู่ถูกมีความสนิทสนมกับ พ.ต.ท.บรรยิน ก่อนได้รับการประกันตัวออกมา ชุดสืบสวนกองบังคับการปราบปราม จึงแกะรอยหาเบาะแส กระทั่งตามไปจับกุมนาย ท็อปได้หลัง ม.รามคำแหง เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นายท็อป ให้การว่า รู้จัก พ.ต.ท. บรรยินในเรือนจำจริง ส่วนเรื่องการประกันตัวออกมาเป็นญาติหาเงินมาประกัน นอกจากนี้ ยังให้การว่า ระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ พ.ต.ท. บรรยิน ได้สั่งให้หาทางช่วยเหลือออกจากคุกเช่นเดียวกับนายสุธน ซึ่งตามแผนที่วางไว้จะมีคนมาวางระเบิดข้างเรือนจำ จากนั้นล้มเสาธงชาติกลางลานสนามหญ้า เพื่อใช้ปีนหนี เมื่อออกมาได้จะมีเฮลิคอปเตอร์มารับตัวอีกที ทั้งนี้ในส่วนของนายท็อปหลังสอบสวนเสร็จได้ส่งตัวไปดำเนินคดีที่ จ.นครสวรรค์ ตามหมายจับคดีค้างเก่า
พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า กรมราชทัณฑ์คงไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หรือยืนยันเหตุการณ์ได้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ตำรวจกำลังดำเนินการ อีกทั้งข้อมูลที่มีการเผยแพร่ก็ไม่ได้มีชื่อคนพูด เป็นเพียงแหล่งข่าวเท่านั้น ดังนั้น ในฐานะอธิบดีกรมราชทัณฑ์คงไม่สามารถให้สัมภาษณ์ในลักษณะเป็นการยืนยันเหตุการณ์ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ ส่วนมาตรการควบคุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ก็คงบอกไม่ได้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน อย่างไร แต่ดูแลตามขั้นตอนของเรือนจำเพราะ พ.ต.ท.บรรยินเป็นผู้ต้องขัง อีกทั้งเป็นเรื่องของมาตรการระบบความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่