ชาวบ้านแจ้งความเงินหายจากสถาบันการเงินกว่า 10 ล้านบาท

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งทีมสอบสวนคลี่คลายคดีพนักงานสำนักงานจังหวัด ยักยอกเงิน 33.9 ล้านบาท และเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยตรวจสอบพบทำความผิดรวม 53 ครั้ง ขณะที่วันนี้ก็มีคดีทุจริตเงินอีก คราวนี้ชาวบ้านอำเภอบางสะพานน้อย ร้องเรียนตรวจสอบเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินชุมชน หลังเบิกเงินแล้วไม่ได้

ตัวแทนชาวบ้านจาก 11 หมู่บ้าน ในตำบลทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน หลังฝากเงินไว้กับสถาบันการเงินชุมชน ในองค์การบริหารส่วนตำบลทรายทอง  ซึ่งเปิดรับฝากเงินมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ชาวบ้านที่ไปเบิกเงินมักจะถูกบ่ายเบี่ยงให้มารับเงินภายหลัง จนสุดท้ายทราบว่าทางสถาบันฯ ไม่มีเงินจ่าย เพราะมีเจ้าหน้าที่ยักยอกเงินไป 

ชาวบ้านบอกว่า ฝากเงินกับสถาบันการเงินชุมชนตำบลทรายทองมานานแล้ว เพราะอยู่ใกล้บ้าน  พอถึงเวลาจำเป็นต้องใช้กลับไปเบิกเงินออกมาไม่ได้ โดยเจ้าหน้าที่จะพยายามบ่ายเบี่ยงให้มารับเงินวันหลัง  อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามเงินมาคืนให้ชาวบ้านด้วย เพราะเงินส่วนใหญ่เป็นน้ำพักน้ำแรงที่ทำงานหาเงินมา และหวังเก็บสะสมไว้ใช้ กลับมาถูกคนอื่นเอาไป

ก่อนหน้านี้ นายประนอม สุขเจริญ อดีตกำนันตำบลทรายทอง ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานสถาบันการเงินชุมชนตำบลทรายทอง  เคยเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางสะพานน้อย เอาผิดกับเจ้าหน้าที่การเงินคนหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่รับฝากและเบิกถอน ว่าเป็นผู้ยักยอกเงินจากสถาบันการเงินฯไป โดยมีประชาชนผู้เสียหายประมาณ 400 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 8-10 ล้านบาท

เบื้องต้นตำรวจสอบปากคำชาวบ้าน และรวบรวมพยานหลักฐาน แต่เนื่องจากผู้เสียหายจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ  หลังจากนี้จะออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำต่อไป หากมีพยานหลักฐานการทำความผิดก็จะดำเนินคดีตามกฏหมาย

ส่วนกรณี นางสาวขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานวิชาการการเงินและบัญชีข้อหายักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารของทางราชการ และใช้เอกสารปลอม ยักยอกเงินงบประมาณราชการรวม 33.9 ล้านบาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีมารดา และอ้างว่านำเงินบางส่วนไปเล่นการพนันออนไลน์ 

แนวทางการคลี่คลายคดี ทางพลตำรวจตรีสุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บอกว่าได้ตรวจสอบพบการทุจริตจากการโอนเงินผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอีเลคทรอนิคส์ หรือ GFMIS ให้นำไปสร้างข้อมูลหลักฐานเท็จต่อเนื่องนาน 1 ปี พบการกระทำความผิดรวม 53 ครั้ง

ขณะนี้เร่งติดตามเส้นทางการเงินที่โอนผ่านทุกบัญชี และตรวจสอบความเชื่อมโยงถึงตัวบุคคลว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่  รวมถึงจะตรวจสอบว่ามีบุคคลในหน่วยงานต้นสังกัด มีความประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้มีการทุจริตหรือไม่  เนื่องจากคดีนี้ก็ยังมีข้อสงสัยว่าพนักงานราชการจะสามารถก่อเหตุทุจริตเงินจำนวนมากเพียงคนเดียวหรือไม่.

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ทันโลก express

ทันโลก express

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ