ขณะที่เรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้ผู้เสียหายที่เชื่อว่าถูกวางยาในลักษณะเดียวกันที่สวนแห่งเดิม เข้าแจ้งความตำรวจเพิ่มอีกหนึ่งคน
พ่อของผู้เสียหายที่เชื่อว่าลูกชายถูกวางยาในขวดน้ำ เดินทางเข้าให้ปากคำต่อตำรวจสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี เมื่อค่ำวานนี้ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังมีความชัดเจนว่าผู้เสียหายซึ่งเป็นนักวิ่งคนแรกถูกวางยาในขวดน้ำจริง
พ่อของผู้เสียหาย เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. ลูกชายได้ขับรถยนต์มาออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ โดยซื้อน้ำดื่มแบบขวดมาวางทิ้งไว้ก่อนออกวิ่งแล้วกลับมาเปิดน้ำในขวดดื่ม โดยลูกชายยืนยันว่าขณะดื่ม รู้สึกว่าน้ำมีรสชาดเฝื่อน และมีกลิ่นฉุนแรงผิดปกติ แต่ด้วยความที่หิวกระหายจึงไม่ได้คิดอะไร โดยดื่มไปประมาณครึ่งขวด ก่อนจะกลับไปออกกำลังกายต่อ
ต่อมาเวลาประมาณ 23.00 น.ลูกชายเดินกลับไปที่รถยนต์ และเกิดอาการมึนหัว หน้ามืด และได้โทรศัพท์มาแม่ขอความช่วยเหลือ ก่อนหมดสติไป
พ่อและแม่ รีบเดินทางมาหาลูกชายที่สวนสาธารณะ ก่อนพบว่าลูกชายนอนหมดสติอยู่ในรถ ซึ่งตอนนั้นก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว จึงรีบนำตัวส่งที่โรงพยาบาลศิริราชทันที โดยเข้ารับการรักษาตัวอยู่ในห้องไอซีย ถึง 3 วัน 2 คืน ก่อนอาการจะพ้นขีดอันตราย เบื้องต้น แพทย์ยืนยันเพียงว่าอาการที่ลูกชายหมดสติไปนั้นคล้ายกับอาการคนเป็นฮีสโตรก ส่วนขวดน้ำดื่มของลูกชาย ก็ถูกทิ้งไปแล้วทำให้ไม่สามารถตรวจสอบหาสารปนเปื้อนได้ จึงสรุปไม่ได้ว่าสาเหตุของเรื่องนี้มาจากอะไรกันแน่
หลังสอบปากคำเบื้องต้น พนักงานสอบสวนระบุว่าจะเชิญตัวลูกชายของนายพงษ์ศักดิ์ มาให้ปากคำอีกครั้ง เนื่องจากนายพงษ์ศักดิ์ ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง จึงทำได้เพียงลงบันทึกประจำไว้เป็นหลักฐาน
ขณะที่นายวิโรจน์ ไศละบาท ผู้เสียหายคนแรกที่ออกมาเปิดเผยว่าเขาถูกวางยาขณะวิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะศาลากลางจ.นนทบุรี ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวพีพีทีวีว่า ตอนนี้รู้สึกโล่งใจมากขึ้นกว่าเดิมหลังผลตรวจของอ.อ๊อด ออกมา เนื่องจากหน้านี้เขาถูกกล่าวหาว่าสร้างเรื่องว่าตัวเองถูกวางยา พร้อมยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากปัญหาส่วนตัว เพราะไม่เคยมีเรื่องกับใคร เชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นมิจฉาชีพที่ประสงค์ต่อทรัพย์ และเชื่อว่าผู้ก่อเหตุมีการวางแผน และดูลาดเลาก่อนเลือกเหยื่อ เพราะนักวิ่งบางคนมีอุปกรณ์ เช่น นาฬิกาที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง
อ.อ๊อด เผย ผลตรวจน้ำนักวิ่ง พบยาสลบควายในขวด
สำหรับแนวทางดำเนินคดีต่อจากนี้ นายวิโรจน์ ผู้เสียหายระบุว่าขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วนตอนนี้เหลือแค่ผลตรวจปัสสาวะจากโรงพยาบาลว่าสารปนเปื้อนที่พบ เป็นชนิดเดียวกันกับที่ อาจารย์อ๊อด ตรวจพบหรือไม่
ขณะเดียวกันประชาชนที่มาใช้บริการที่สวนสาธารณะดังกล่าว ต่างแสดงความกังวลว่าอาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดเหตุการณ์มีคนร้ายทุบกระจกรถเพื่อชิงทรัพย์อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็จับตัวคนร้ายไม่ได้ เนื่องจากภายในสวนไม่มีกล้องวงจรปิด จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขเรื่องนี้โดยเร็ว
สำรวจสวนสาธารณะพบยังมีคนวางน้ำทิ้งไว้