วันที่ 28 มิ.ย. 2563 น.ส.สาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ มองว่า 3 ประเด็นที่ตำรวจสงสัย ปมยาเสพติดดูจะเป็นไปได้มากที่สุด เพราะครอบครัวไม่ได้มีความขัดแย้งรุนแรงกับใคร จึงมองว่าเป็นไปได้ที่คนร้ายจะทำร้ายเด็กเพราะฤทธิ์ยาเสพติด
นายพิเชษฐ์ สุขสบาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล เปิดเผยว่า พื้นที่ในเขตอุทยานเคยเป็นโซนสีแดงที่มีปัญหาการตัดไม้และยาเสพติดระบาดในช่วงปี 2554-2557 ก่อนจะค่อย ๆ ลดน้อยลง
โดยอุทยานแห่งชาติภูผายลมีพื้นที่ 517,850 ไร่ ครอบคลุม 3 จังหวัด 6 อำเภอ คือ จ.สกลนคร พื้นที่ อ.ภูพาน อ.เต่างอย อ.โคกศรีสุพรรณ จ.นครพนม พื้นที่ อ.นาแก และ จ.มุกดาหาร พื้นที่ อ.ดงหลวง อ.คำชะอี โดยในเขตอุทยานเป็นแหล่งไม้พะยูงที่ไม่ค่อยพบในภูมิภาคอื่น ๆ ทำให้เป็นที่ต้องการของขบวนการตัดไม้
หากย้อนดูสถิติคดีเกี่ยวกับป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติภูผายล ซึ่งนับรวมทั้งคดีตัดไม้ คดีบุกรุกป่า และคดีเปรียบเทียบปรับอื่นๆ ช่วงปีงบประมาณ 2554- 2557 มีคดีปีละ 100-300 คดี ในจำนวนนี้ 90 เปอร์เซ็นต์เป็นคดีตัดไม้ ก่อนที่ปี 58 จำนวนคดีและไม้ที่ยึดได้จะเริ่มลดลง เพราะ คสช. มีการปรับกฎหมายป่าไม้ ที่เข้มงวดขึ้น และมีการประสานงานร่วมกับทหารเข้าสำรวจพื้นที่และทำความเข้าใจกับชาวบ้าน จนเหลือ 16 คดีในปี 2563 ซึ่งเป็นคดีตัดไม้ไม่ถึง 10 คดี ซึ่งเมื่อจับผู้ต้องหาในคดีตรวจปัสสาวะ ทั้งคนตัดไม้ และคนรับจ้างขนไม้ พบว่า 80 เปอร์เซ็นต์ฉี่สีม่วง ทำให้คาดว่ามีการรับจ้างตัดไม้เพื่อเอาไปแลกกับยาเสพติด
สำหรับโซนบ้านกกกอก ซึ่งเป็นจุดที่น้องชมพู่หายตัวไปนั้น การตัดไม้เริ่มมาระบาดในปี 2556 โดยหากนับจากปี 2556 จนถึงปัจจุบัน มีการจับคดีตัดไม้ 14 คดี หนึ่งในนั้นมีนายนริน เชื้อคมตา ผู้ต้องหาคดีอนาจารเด็ก 5 ขวบในหมู่บ้าน ถูกจับเมื่อปี 2557 หลังลักลอบตัดไม้ชิงชัน 1 ท่อน ในเขตอุทยานฯ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า นายนรินจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจให้น้ำหนักมากว่าคนอื่น เพราะการเรียกคนในหมู่บ้านมาสอบปากคำ หลายคนก็มีประวัติพัวพันกับยาเสพติดเช่นกัน
จนท.เก็บ ดีเอ็นเอ 7 ผู้ต้องสงสัย คดี “น้องชมพู่”
ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาหลักฐานเพิ่มเติมหลังพบศพ “น้องชมพู่” บนภูเขา