มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 8 กรกฎาคม เห็นชอบ ที่เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(ศสช.) ในฐานะประธานกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้(คกง.) เสนอเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19
โครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในรอบที่ 1 ยึดการดำเนินการในระดับพื้นที่ เน้นการฟื้นฟูและสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 กลั่นกรองเบื้องต้น รอบที่ 1 แนวคิดสอดคล้องกับนโยบายรองรับแรงงานกลับถิ่นฐาน สร้างงานสร้างอาชีพ จำนวน 186 โครงการ กรอบวงเงินเบื้องต้นประมาณ 92,400 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 แผนงาน ได้แก่ แผนงานสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก แผนงานสร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และแผนงานการกระตุ้นอุปโภคบริโภคและกระตุ้นการท่องเที่ยว
สรุปผลการพิจารณากลั่นกรองแผนงานหรือโครงการเพื่อขอใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ รอบที่ 1 จำนวน 5 โครงการ ประกอบด้วย งบประมาณ 15,520.096 ล้านบาท
โครงการภายใต้แผนงานสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก 2 โครงการ
1.โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่ม เกษตรทฤษฎีใหม่ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
งบประมาณ 9,805.707 ล้านบาท ฝึกอบรมเกษตรกรเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ และเพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำสำหรับทำการเกษตร ประโยชน์คือ เพิ่มรายได้เกษตรกร 44,099 ราย เพิ่มการจ้างงานเกษตรกร 8,018 ราย มีพื้นที่กักเก็บน้ำสำหรับทำการเกษตรในฤดูแล้ง ระยะเวลาดำเนินการ กรกฎาคม 2563 - กันยายน 2564
2.โครงการพัฒนาพื้นที่ ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
งบประมาณ 4,787.916 ล้านบาท พัฒนาพื้นที่เรียนรู้ชุมชน ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนผ่านการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร แรงงานบัณฑิตจบใหม่ กลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่น ประโยชน์คือเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและประชาชน 25,179 ครัวเรือน เพิ่มการจ้างงานเกษตรกร 6,492 ราย เพิ่มพื้นที่ปลูกป่าไม่น้อยกว่า 25,759 ไร่ดำเนินการระหว่าง กรกฎาคม 2563 – กันยายน 2564
โครงการภายใต้แผนงานสร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน 3 โครงการ
3. โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One Stop Service) ของกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
งบประมาณ 169.885 ล้านบาท ฝึกอบรมสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนให้มีองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมในการตรวจวิเคราะห์ดินและใช้ปุ๋ย รวมทั้งขยายผลไปยังพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ คาดเกิดประโยชน์ เพิ่มการจ้างงานในธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน ประมาณ 2,364 คน ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีในพืชเศรษฐกิจต่าง ๆ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 หรือประมาณ 18,000 ตัน หรือราว 253 ล้านบาทดำเนินการระหว่าง สิงหาคม 2563 – กันยายน 2564
4. โครงการพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว (Safety Zone) โดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
งบประมาณ 15 ล้านบาท สร้างต้นแบบพื้นที่ท่องเที่ยวให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย สำหรับนักท่องเที่ยว 5 พื้นที่ ได้แก่ ย่านเมืองเก่าน่าน หาดบางแสน ชลบุรี เอเชียทีค ชุมชนบ้านไร่กองขิง เชียงใหม่ และเยาวราช รวมถึงฝึกอบรมเรื่องความปลอดภัย และสุขอนามัยให้ผู้ประกอบการ และร้านค้าต่าง ๆ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับคือ ประเทศไทยมีพื้นที่ท่องเที่ยวต้นแบบสำหรับเป็นตัวอย่างให้พื้นที่ท่องเที่ยว อื่น ๆ รายได้กระจายสู่เศรษฐกิจฐานราก ดำเนินการระหว่าง กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
5.โครงการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ ด้านสัตว์ป่า โดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
งบประมาณ 741.588 ล้านบาท ปรับปรุงโครงสร้าง พื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวก ให้ได้มาตรฐาน จ้างงานในชุมชนท้องถิ่น รอบพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า 1,250 คน เพื่อให้ความรู้ในแหล่งท่องเที่ยว พัฒนามาตรฐานกิจกรรมดูนกและเดินป่าในพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า ประโยชน์คือ ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพเพื่อการเรียนรู้ด้านสัตว์ป่า เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น โดยรอบเช่น ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวหรือ มัคคุเทศก์ 1,250 คน รวมทั้งผู้ประกอบการ ก่อสร้างในท้องถิ่น จำนวน 125 รายดำเนินการระหว่างสิงหาคม 2563 – สิงหาคม 2564
ทั้งนี้ คกง.สรุปเสนอครม.ว่า ขณะนี้มีหน่วยงานของรัฐได้จัดส่งข้อเสนอโครงการเบื้องต้น 46,411 โครงการ วงเงินประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท