พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยผลชันสูตรจากนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ตรวจสอบ ไม่พบบาดแผลที่เกิดจากการทำร้ายของคน บาดแผลที่พบบนศพน้องกานต์คือบาดแผลที่เกิดจากเขี้ยวสัตว์บริเวณลำคอด้านขวาและด้านหลัง การฉีกขาดของแขนหรือท่องล่างของอวัยวะเป็นลักษะการดึงทิ้ง ไม่ใช่การตัดด้วยของมีคม
จากการหาหลักฐานเพิ่มเติ่มโดยการเดินภาคพื้นดิน เจ้าหน้าที่เดินไปตามลำน้ำที่เป็นลำคลองเล็ก ๆ ในที่เกิดเหตุไปจนถึงวัดโป่งแรดที่อยู่ไม่ไกลจากจุดพบศพ จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณนั้นมีตัวเงินตัวทองที่ออกมาหากินซากสัตว์เป็นจำนวนมาก จึงนำมาประมวลเป็นพยานหลักฐานที่จะประกอบสรุปกับคดีนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ให้น้ำหนักสันนิษฐานว่าอาจถูกงูกัด ก่อนถูกสัตว์ใหญ่รุมทึ้ง เพราะไม่พบเสียงร้องเด็กขอความช่วยเหลือ
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ยอมรับว่า ร่างน้องกานต์ท่อนบนที่ส่งมาชันสูตรชิ้นเนื้อเสียหายหนัก เนื่องจากเน่าเสีย โดยเเฉพาะเลือดที่ต้องการนำไปตรวจพิสูจน์ว่าร่างกายเด็กมีสารพิษ เช่นพิษงู หรือไม่ พบว่าเลือดเน่า ไม่สามารถตรวจได้แล้ว
คดีนี้ตำรวจได้สอบปากคำพยานบุคคลไปแล้วเกือบทั้งหมด และเก็บหลักฐานโดยเฉพาะประเด็นสุนัข มีการมุ่งเป้าไปที่สุนัข 2 ตัว ที่มีความเป็นไปได้ที่จะทำร้ายเด็ก คือสุนัขพันธุ์พิตบูล และ บางแก้ว ขณะนี้มีเก็บ DNA สุนัขไปตรวจสอบเพื่อทำการเปรียบเทียบกับที่ปรากฎบนเสื้อเด็กที่ใส่ในวันเกิดเหตุ
ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจสุนัขอีกครั้งหลังตำรวจระบุว่าถึงสุนัข 2 สายพันธุ์ คือพันธุ์ พิตบูล และบางแก้ว พบว่าบ้านที่เลี้ยงสุนัขบางแก้ว อยู่ติดใกล้กับบ้านน้องกานต์ คือบ้านนางสำรวม ผลพฤกษา อายุ 89 ปี เลี้ยงสุนัขพันธ์บางแก้วและสุนัขไทยรวม ทั้งหมด 4 ตัว จากการสังเกตพบพฤติกรรมสุนัขเห่า เมื่อเจอคนแปลกหน้า แต่ไม่วิ่งมาจู่โจม นางสำรวม บอกว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจได้เข้ามาสอบถามตนได้ให้ความรวมเป็นอย่างดี
และ ไม่กี่เดือนสุนัขสีดำของตนหายไป ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตรวจเจอกระโหลกสัตว์เมื่อ 2 วันก่อน ส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะเป็นสุนัขของตัวเองที่หายไป และช่วงฤดูผสมพันธุ์จะมีสุนัขจากถิ่นอื่นข้ามากัดแย่งตัวเมียเป็นประจำ และเห็นสุนัขที่เลี้ยงไว้มีบาดแผล ส่วนตัวมั่นใจว่าสุนัขที่ตัวเองเลี้ยงไว้ไม่มีทางกัดเด็กอย่างแน่นอน
ด้านเจ้าของสุนัขพันธุ์พิตบูล "มะปี๊ด" เจ้าของ คือนายเกรียงวุฒิ วรรณทอง ระบุว่า หากตำรวจมีข้อมูลว่าเป็นฝีมือสุนัขจริงก็ขอให้ดำเนินการ ทุกอย่างให้มีความชัดเจน เพราะว่าตอนนี้ตนยอมรับว่ารู้สึกกังวลใจ
ตร.จำลองเหตุการณ์ วันที่พบศพ "น้องกานต์"
ส่วนแนวทางการสืบสวนในคดี วันนี้ตำรวจชุดสืบสภ.เมืองจันทบุรี ได้เชิญ นายเกรียงวุฒิ วรรณทอง เจ้าของสุนัขพิตบลู เจ้า"มะปี๊ด" ซึ่งเป็นผู้พบศพน้องกานต์คนแรก ไปจำลองเหตุการณ์ในวันที่เจอศพเด็กโดยให้เดินเริ่มตั้งแต่เดินออกจากบ้าน ช่วง 08.30 น. หลังได้ยินประกาศจากผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยกันตามหาเด็กหาย
ด้าน นายเกรียงวุฒิ เดินผ่านสวนทุเรียน ผ่านสวนยาง ไปที่บ้านอาของน้องกานต์ เพื่อที่จะไปสอบถามรายละเอียด จากนั้นก็เดินย้อนกลับลงมาในเส้นทางเดิมที่สวนยาง และสังเกตเห็นกลุ่มแมลงวันตอม จึงเข้าไปดูพบร่างของน้องกานต์ ครึ่งท่อนห่างจากบ้านของน้องประมาณ 200 เมตร
การจำลองเหตุการณ์ครั้งนี้ตำรวจชุดสืบสวน ระบุว่า เป็นการจำลองเพื่อ หาร่องรอยและทิศทางในตอนแรกที่พบศพว่า เดินมาจากทางไหน ซอยไหน และเจอศพในลักษณะอย่างไร ชิ้นส่วนที่เจอหันทิศทางไหน เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมเท่านั้น
ตรวจค้น 5 เป้าหมาย คลี่คลายปมน้องกานต์
นอกเหนือจากจำลองเหตุการ์วันเกิดเหตุ ตำรวจยังเข้าตรวจค้น 5 เป้าหมายคือ บริเวณป่ายางพารา จุดพบชิ้นส่วนท่อนบนน้องกานต์ บ้านนายสุทธิเกียรติ อาของน้องกานต์ บ้านของนายเกรียงวุฒิ เจ้าของสวนยางพารา เป็นคนพบศพน้องกานต์เป็นคนแรก บ้านนางสำรวม และจุดตั้งศาลพระภูมิ
สำหรับจุดแรกที่เข้าตรวจค้น คือบ้านอาของน้องกานต์ พร้อมนำเสื้อ กางเกง ผ้าห่ม และตุ๊กตา ของน้องกานต์ที่อยู่ภายในเต็นท์ ใส่ถุงพลาสติกนำไปให้สุนัขดมกลิ่น 2 ตัว จากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 11 ดมกลิ่นและเริ่มปฏิบัติการค้นหา เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดปกติ
ส่วนการค้นบ้านนายเกรียงวุฒิ เจ้าหน้าที่ได้มีการนำหมายศาลเข้าขอตรวจค้นภายในบ้าน พบอาวุธปืน เบื้องต้นนายเกรียงวุฒิ นำหลักฐานใบทะเบียน การครอบครองอาวุธปืนถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงยืนยัน โดยเจ้าหน้าที่ยังได้นำสุนัขดมกลิ่นเดินตรวจรอบบ้าน ไปพบกระดูก 3 ชิ้น ที่ตกอยู่ไม่ไกลจากหลังบ้าน จึงได้เก็บนำไปส่งตรวจเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานแล้ว